พิชิตดอยม่อนจอง

 

รู้จักดอยม่อนจอง

     ดอยม่อนจอง ตั้งอยู่บนทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก อยู่ภายใต้การดูแลของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย คำว่า “ม่อน” เป็นภาษาคำเมืองที่หมายถึง “สันเขา” ส่วนคำว่า “จอง” นั้นเป็นภาษาคำเมืองเช่นกัน แต่จะออกเสียงว่า “จ๋อง” หมายถึง “ลักษณะจั่วสามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุด” ซึ่งเรียกตามลักษณะภูมิประเทศที่เป็นยอดเขาและมีหน้าผาสูงชันเป็นเนินสามเหลี่ยม

     ดอยม่อนจอง มีสภาพทางธรณีวิทยาเป็นภูเขาหินปูนผสมหินทราย หินเชลล์ และหินแกรนิตปะปนกัน ทำให้ดอยแห่งนี้มีลักษณะตื่นตาตื่นใจ คือ ไหล่เขาด้านตะวันออกจะค่อยๆ ลาดลง ถูกปกคลุมด้วยป่าดิบเขาแน่น ส่วนด้านตะวันตกเป็นหน้าผาหินตัดสูงชันดำทะมึน มองไกลออกไปตามสันเขาแคบๆ ที่เลียบเลาะไปตามหน้าผาอย่างน่าหวาดเสียว ส่วนทิศใต้ก็จะเห็นยอดดอยม่อนจอง ที่มีลักษณะคล้ายหัวสิงโต บริเวณจุดสูงสุดของดอยม่อนจองนี้จึงถูกเรียกว่า “ดอยหัวสิงห์” ก้อนหินขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านโดดเด่นและน่าเกรงขาม โดยดอยหัวสิงห์มีความสูง 1,929 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดอยม่อนจองจึงถือเป็นอีกหนึ่งดอยสูงของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ในอำเภอสุดไกล ไกลสุดๆอย่างอำเภออมก๋อย อำเภอที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า รวมถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุดแสนจะเรียบง่ายของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ

     ดอยม่อนจอง นับเป็นดินแดนแห่งสัตว์ปาสงวน เนื่องจากมีสัตว์ป่าสงวน 2 ใน 15 ชนิดของเมืองไทยอาศัยอยู่บนดอยแห่งนี้ นั้นก็คือ กวางผา ที่มีฉายาว่า “ม้าเทวดา” และ เลียงผา รวมทั้งฝูงช้างป่าจำนวนมาก นอกจากสัตว์ป่าแล้วที่นี่ยังมี “ต้นกุหลาบพันปี” ที่ถือว่าเป็นต้นกุหลาบพันปีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย

 

 

     ระยะเวลาในการเที่ยวดอยม่อนจองเหมาะสมที่สุดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ปฏิบัติโดยทั่วกัน ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน ซึ่งการพิชิตดอยม่อนจองแห่งนี้ ไม่ถึงกับเป็นเส้นทางเดินป่าที่หนักหนาสาหัสจนเกินไป แต่ก็ไม่ง่ายขนาดว่านึกอยากจะมาก็มาได้ หากปราศจากการเตรียมตัวที่ดี

     สำหรับการเดินทางนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางมาให้ถึงอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่เสียก่อน บริเวณตัวอำเภออมก๋อยนี้จะเป็นขุมทรัพย์สุดท้าย สำหรับการรวบรวมเสบียงและสิ่งของจำเป็น ก่อนอื่นต้องทราบว่าบนดอยม่อนจองนั้น ไม่มีที่พัก ร้านอาหาร และห้องน้ำนะครับ รวมถึงไฟฟ้า ประปา ก็ไม่มีแน่นอน เพราะฉะนั้นสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตมีอะไรบ้าง ขาดเหลือให้มาซื้อเอาที่ตัวอำเภออมก๋อย ที่นี่มีร้านสะดวกซื้อยอดนิยม Seven Eleven เปิดรับนักท่องเที่ยวด้วยความคุ้นชิน

 

 

    จากตัวเมืองเชียงใหม่มาถึงอำเภออมก๋อย เป็นระยะทาง 190 กิโลเมตร เมื่อมาถึงตัวอำเภออมก๋อย ต้องเดินทางไป ณ “ศูนย์บริการการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง” ที่ตั้งอยู่ใน “หมู่บ้านมูเซอปากทาง” เป็นจุดติดต่อรถขบัเคลื่อนสี่ล้อ ลูกหาบ เจ้าหน้าที่นำทาง สอบถามข้อมูลการท่องเที่ยว เช่าเต็นท์ และอื่นๆ มีครบที่นี่ที่เดียว

    จากศูนย์บริการการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง นักท่องเที่ยวเตรียมสัมภาระเพื่อมอบภาระอันหนักหน่วงนี้ให้กับลูกหาบต่อไป แล้วนำท่านขึ้นสู่รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อลุยแหลกฝ่าเส้นทางลูกรังทั้งลาดและชันเพื่อมุ่งสู่จุดเริ่มต้นของการเดินเท้า ซึ่งเส้นทางรถกระบะนี้มีระยะทาง 18 กิโลเมตร แต่กินเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง เมื่อถึงจุดจอดรถก็เป็นเวลาที่นักเดินไพรต่างรอคอย หลังจากถูกเขย่าบนกระบะมาตลอดทางจนเครื่องในตับไตมากองรวมกัน จากนี้จะเริ่มเดินด้วยลำแข้งของตัวเองไปตามเส้นทางเดินป่าที่ชัดเจนบ้างไม่ชัดเจนบ้าง หากไม่อยากหลงจนตกเป็นข่าวก็ต้องเดินตามลูกหาบให้ทัน หรือติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางมาโดยตรง เพราะเขาจะอยู่กับเราตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะพักบ่อยหรือหยุดเก็บภาพนานแค่ไหนก็ตาม ถือว่าปลอดภัยดี เพราะลูกหาบเขาจะไม่รอเรา เขาหนัก เขารีบ

 

 

     เริ่มก้าวเท้าแรกๆ จะรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะรอคอยมานานนั่งรถมาไกลจนเมื่อยก้น ไฟยังแรงโชติช่วงอยู่ ในช่วง 2 กิโลเมตรแรกจะผ่านป่าสนอันอุดมสมบูรณ์ จากนั้นจะผ่านผืนป่าดินเขาเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร เดินไปเรื่อยจะเป็นทุ่งหญ้าพอให้เห็นแสงแดด ก่อนจะกลับเข้าป่าใหญ่อีกครั้ง ระหว่างทางช่วงนี้จะมีไฮไลต์เป็น “ภูหินช่อ” ที่มีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งซ้อนๆ กัน พักเหนื่อยและลั้นลากับการเก็บภาพบริเวณนี้ได้เลย หากไม่กลัวความสูงให้ปีนขึ้นไปบนก้อนหินแล้วจะได้ภาพผืนป่าอมก๋อย 360 องศา งดงามสวยสุดยอด

 

 

     จากภูหินช่อ เดินหน้าต่อไปเพื่อเดินฝ่าความชันระดับ 60 องศา บริเวณเนินนี้มีชื่อน่ารักๆ ว่า “ดอยหมาหอบ” หากผ่านจุดนี้ไปแล้ว ขอแสดงว่ายินดีด้วย นั้นหมายถึงว่าเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว

     เมื่อผ่านดอยหมาหอบมาแล้ว ต่อไปจะเดินไปตามแนวสันเขาที่เป็นพื้นที่โล่งเลียบหน้าผาสลับกับผืนป่าที่ให้ร่มเงา เมื่อพ้นเขตป่าออกมาแล้ว จะพบกับเส้นทางสุดชัน ทนสอบจิตใจและแรงเข่า บริเวณนี้ชื่อ “เนินสไลเดอร์” ตอนขึ้นไม่มีอะไรนอกจากความเหนื่อยล้า แต่ขากลับต้องลงผ่านทางนี้ ลื่นล้มกันระนาว เมื่อขึ้นผ่านพ้นเนินความชัน 60 องศานี้มาได้ จะเป็นเส้นทางบนสันเขาล้วนๆ ลักษณะเป็นพื้นที่โล่งมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุม ด้วยลมที่พัดแรงบนสันเขานี้จึงไม่มีต้นไม้ใหญ่สามารถเจริญเติบโตได้ ลานโล่งกว้างแห่งนี้มีชื่อว่า “สนามกอล์ฟช้าง” ไม่ใช่แค่ความกว้างใหญ่ของพื้นที่ที่เท่านั้น แต่ยังเป็นทางผ่านของโขลงช้างป่าอีกด้วย

 

 

     เมื่อมาถึง สนามกอล์ฟช้าง นักเดินป่าทั้งหลายถือว่าประสบความสำเร็จเกือบๆ สุดแล้ว เพราะยอดดอยม่อนจองอยู่ห่างจากบริเวณเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น บนเส้นทางที่ไต่ไปตามสันเขา ไม่มีความลาดชันเหมือนเส้นทางที่ผ่านมา แต่ต้องอดใจรอสักเล็กน้อย ด้วยช่วงเวลาที่เหมาะสมหากไม่ไปดูพระอาทิตย์ขึ้น ก็ต้องไปชมพระอาทิตย์ตก และถ้าต้องกลับจากยอดดอยหลังพระอาทิตย์ตกดิน บนดอยแห่งนี้จึงมืดมิดสนิททันที ฉะนั้นต้องไปกางเต็นท์พักแรม ทำกับข้าวกับปลาให้เรียบร้อยเสียก่อน

 

 

     บริเวณจุดกางเต็นท์จะอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อสะดวกต่อการอุปโภคบริโภค น้ำกินน้ำใช้มีตรงนี้ที่เดียวเลย ใครน้ำดื่มในขวดหมด นำขวดมากรอกน้ำได้บริเวณนี้ รับรองว่ามีความสะอาดปลอดภัย เพราะไปกินและกลับมากันหลายรุ่นแล้ว ทุกคนกลับมามีชีวิตที่ดีถ่ายทอดเรื่องราวและเก็บภาพมาแบ่งปันต่อกันได้

 

 

     เมื่อกางเต็นท์เตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ก็ออกไปเก็บภาพแสงสุดท้ายแห่งวัน พร้อมทั้งพิชิตยอดดอยม่อนจอง ภูผาเทวดาแห่งอำเภออมก๋อย อันเป็นเป้าหมายหลักของการเดินทางครั้งนี้

 

 

     ตอนเช้าไปชมพระอาทิตย์ขึ้นบนลานโล่งสนามกอล์ฟช้าง เห็นทะเลหมอกที่มีขนาดกว้างระหว่างหุบเขายาวไกลสุดตา จากนั้นกลับแคมป์มารับประทานมื้อเช้า เก็บข้าวเก็บของยื่นให้ลูกหาบ ขยะทั้งหมดที่มีรวมใส่ถุง ถ้าไม่ลงไปทิ้งเองก็ยื่นให้ลูกหาบก็ได้ แต่ขออย่าทิ้งขว้างไว้บนดอยเด็ดขาด รักษาผืนป่าห่วงแหนธรรมชาติร่วมกัน เที่ยวอย่างมีจิตสำนึกที่ดี

     ขาลงกลับเส้นทางเดิม จำทางไม่ได้ก็ตามๆกันไป ตามลูกหาบ ตามคนนำทาง เดินลงจะค่อนข้างลื่น ระวังสไลด์ไถลลงมา ถึงจะเร็วกว่าเพื่อนแต่เปื้อนและเจ็บตัวได้ เมื่อมาจนถึงลานจอดรถกระบะเป็นอันผ่าน จากนี้รถจะนำร่างอันอ่อนล้าของเรากลับไปส่ง ณ จุดที่เราติดต่อขึ้นมา นั้นก็คือ “ศูนย์บริการการท่องเที่ยวดอยม่อนจอง” จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทริปพิชิตดอยม่อนจอง

 

 

** หมายเหตุ      

-    ดอยม่อนจองเปิดให้นักท่องเที่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์เท่านั้น

-    ก่อนการเที่ยวดอยม่อนจองต้องติดต่อเจ้าที่ล่วงหน้า เพื่อจองรถ ลูกหาบ และเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

-    ห้ามนักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ไว้บนพื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของป่า ควรใส่ถุงและนำลงกลับมาทิ้งข้างล่าง

-    ควรติดต่อขึ้นดอย ก่อนเวลา 12.00 น.

-    ห้ามรบกวน ล่าหรือทำร้ายสัตว์ และห้ามเก็บพืชพันธุ์ของป่าใดออกไปเด็ดขาด

 

อัตราค่าบริการ

- ค่าบริการรถรับ-ส่ง จากศูนย์บริการ - จุดเดินเท้า ระยะทาง 16 กิโลเมตร

นักท่องเที่ยว 1-5 คน ราคา 2,500 บาท

นักท่องเที่ยว 6-9 คน ราคา 3,000 บาท

- ค่าบริการรถรับ-ส่ง ตัวอำเภออมก๋อย – ศูนย์บริการ - จุดเดินเท้า ระยะทาง 56 กิโลเมตร

ราคาเหมา 4,000 บาท

- ค่าบริการลูกหาบ จำกัดไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อลูกหาบ 1 คนด ราคา 300 บาทต่อวัน

- ค่าบริการคนนำทางราคา 500 บาทต่อเที่ยว

 

Visitors: 111,490