เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว

     

     น้ำตกผาดอกเสี้ยว ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น "น้ำตกรักจัง" ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายหลังภาพยนตร์ไทยแนวรักโรแมนติกเรื่อง รักจัง ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2549 และได้สร้างปรากฏการณ์ทางการท่องเที่ยวไว้อย่างมากมาย จนกระทั่งปัจจุบันครบรอบ 10 ปีแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวชมน้ำตกแห่งนี้กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แม้จะมีนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ที่มาของชื่อ "น้ำตกรักจัง" นั้นมาจากอะไร..

 

    แน่นอนว่าอิทธิพลของภาพยนตร์เรื่องรักจัง ที่นำแสดงโดยนักแสดงโครตดังในสมัยนั้น "ฟิลม์ รัฐภูมิ กับพอลล่า เทเลอร์" จะส่งผลทำให้น้ำตกผาดอกเสี้ยว ที่ตั้งอยู่ภายในผืนป่ากลางเทือกเขาดอยอินทนนท์จะเปลี่ยนชื่อไปตามความโด่งดังของชื่อหนังไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลย โดยเฉพาะสำหรับคนที่ได้ชมภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวแล้ว ภาพความงดงามของน้ำตกอันเป็นฉากหลังสุดสวยงามที่ปรากฏในจอหนัง ยากนักที่จะไม่มีใครอยากตามหาเพื่อชื่นชมยลกับของจริง

 

    แต่ใช่ว่าน้ำตกมหาเสน่ห์แห่งนี้ใครอยากจะมาก็มากันได้ง่ายๆ เนื่องจากน้ำตกรักจังไม่ใช่น้ำตกที่อยู่แนบชิดติดริมถนน หรืออยู่ใกล้ๆ กับลานจอดรถเพียงเดินผ่านถนนคอนกรีตก็เข้าถึง แต่ก็อย่ากังวลใจว่าจะยากจนเกินไป เพียงเดินมาตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยวภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง ก็จะได้ชื่นฉ่ำกับสายธารอันโด่งดังนี้แล้ว ..มาเดินด้วยกันเลยมั้ยครับ 

 

 

     เริ่มต้นทางเดิน "เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว" จะมีป้ายบอกกฏระเบียบ 7 ข้อในการเดินเส้นทางสายนี้ สรุปได้ความว่า "ต้องมีไกด์ท้องถิ่นนำในการเดิน หากมากันเองหรือมีไกด์ต่างถิ่น จะผิดกฏระเบียบถูกปรับ 1,000 บาท" เอาล่ะ เมื่อเข้าใจตรงกันแล้วก็เริ่มเดินกันเลยครับ เป็นเส้นทางเดินป่าสบายๆ ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์หรือออฟชั่นอะไรให้มากเรื่อง แค่กล้องถ่ายรูปกับน้ำดื่มก็พอ เส้นทางนี้เดินไม่ยาก เดินได้ทุกเพศทุกวัย เด็กๆผมก็พาเดินมาแล้ว

 

 

     เกือบตลอดเส้นทางเดินจะเป็นทางเดินขนานไปกับลำธาร ทำให้ได้ยินเสียงสายน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้องไปทั่วป่า พร้อมทั้งได้รับความสดชื่นไปตลอดการเดินทาง โดยลำธารหลายช่วงไม่สามารถลงเล่นได้ เนื่องจากสายน้ำไหลแรงและตกลงหน้าผาสูง บางช่วงลงเล่นได้แต่ก็ยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยเดินชมอย่างเดียวดีกว่า

 

 

     เนื่องจากทางเดินจะขนานเคียงข้างไปกับน้ำตก ฉะนั้นหากน้ำตกลงหน้าผาหิน เราจึงต้องมีการไต่ลงตามหน้าผาหินนั้นด้วยเช่นกัน โดยชาวบ้านได้ทำเป็นบันไดไม้ไว้ให้จะได้ปีนป่ายอย่างสะดวก ถือเป็นการผจญภัยน้อยๆ พอมีสีสันในเส้นทาง

 

 

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยว ถือเป็นเส้นทางที่กินแรงน้อยมาก เนื่องจากทางเดินส่วนใหญ่จะเป็นทางลงและทางเรียบมากกว่าทางขึ้น ทั้งนี้เพราะชาวบ้าน ซึ่งเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงแห่งบ้านแม่กลางหลวง เขาคิดและออกแบบเส้นทางนี้กันมาอย่างดีแล้ว ให้เป็นเส้นทางที่เดินลงไปตามลำธาร ไม่เหมือนทางเดินไปน้ำตกหลายแห่งที่ต้องเดินขึ้นผ่านความชันไปตามชั้นต่างๆของน้ำตก 

 

 

     เดินไป หยุดพักถ่ายรูปไปตามชั้นต่างๆของน้ำตก เผลอแป๊บเดียว ก็เดินทางมาถึงน้ำตกชั้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของการเดินบนเส้นทางสายนี้แล้ว และนี่ก็คือความสวยงามของน้ำตกรักจังในตำนาน..

 

 

     มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชื่นชมความงดงามของน้ำตกมหาเสน่ห์แห่งนี้กันอย่างต่อเนื่อง วันๆนึงมากันหลายร้อยคนเลย ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติที่นิยมเดินป่าบนดอยอินทนนท์ เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงน้ำตกที่เป็นไฮไลท์นี้แล้ว มักจะใช้เวลากับจุดนี้มากเป็นพิเศษ ต่างถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานให้คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะหลายคนอยากมาเห็นน้ำตกแห่งนี้ด้วยตาตัวเองมากๆ หลังจากที่เห็นแต่รูปในโลกโซเชียลกันมานาน และเมื่อได้มาเห็นด้วยตาตัวเองต่างก็ประทับใจไปตามๆกัน เนื่องจากสายน้ำที่ถาโถมของน้ำตกรักจังไหลแรงตลอดปีไม่มีแห้งเหือด ไม่ว่าจะมาเยือนในช่วงเวลาใดของปีก็ตาม หากไปยืนบนโขดหินใกล้ๆน้ำตก จะสัมผัสได้ถึงละอองน้ำที่สาดกระเซ็นจนเนื้อตัวเปียกปอน สร้างความสดชื่นและรอยยิ้มไปตามๆกัน  

 

 

     แม้จะประทับใจกับสายน้ำแห่งนี้เพียงใด แต่สุดท้ายแล้วเราก็จำต้องปล่อยให้มันเป็นช่วงเวลาที่ฝังเอาไว้ในความทรงจำ แม้จะมาถึงจุดที่เป็นไฮไลท์แล้ว แต่เส้นทางนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด ยังต้องเดินตามลำธารต่อไปจนถึงจุดที่เป็นสะพานไม้ เมื่อเดินข้ามสะพานไม้นี้ไปแล้ว เส้นทางเดินจะไม่ขนานไปกับสายน้ำอีกต่อไป

 

 

     เมื่อผ่านพ้นเส้นทางที่ไม่ขนานไปกับสายน้ำ ทางเดินจะเปลี่ยนเป็นเส้นทางป่าเขาขนานไปกับไร่เกษตรของชาวบ้านแทน เส้นทางนี้จะมองเห็นทุ่งนาขั้นบันไดและทุ่งนาที่ลุ่มของบ้านแม่กลางหลวงได้อย่างงดงาม ซึ่งจะเขียวขจีในช่วงเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน

 

 

     นอกจากนาข้าวแล้ว ชาวกะเหรี่ยงบ้านแม่กลางหลวงยังปลูกพืชและดอกไม้เศรษฐกิจอื่นๆอีกด้วย ที่เห็นนี้จะเป็นแปลงดอกดาวเรืองสีเหลืองอร่าม นอกจากนี้ยังมีกาแฟอราบิก้าที่บ้านแม่กลางหลวงภูมิใจนำเสนอ และร้านกาแฟประจำหมู่บ้านร้านนี้เอง ที่ถือเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาดอกเสี้ยวครับ 

 

     

     “น้ำตกรักจัง” นักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมมาเยือนกันในช่วงฤดูฝนเพื่อยลทุ่งนาขั้นบันไดที่บ้านแม่กลางหลวงอันลือลั่น ถือเป็นการท่องเที่ยวแบบต่อเนื่องถึงกันมาโดยตลอด แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อนแล้วนั้น น้ำตกแห่งนี้ได้ต้อนรับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวที่ตามรอยภาพยนตร์ ซึ่งนอกจากน้ำตกที่ถูกเก็บซ่อนในป่าลึกแห่งนี้จะถูกเปิดตัวสู่สายตาชาวไทยแล้ว ยังได้สร้างปรากฏการณ์จุดประกายให้ปายดังอีกด้วย ลองชม Music Video ข้างล่างนี้ แล้วจะเห็นภาพของวันวานของปรากฏการณ์ก่อนกาลจะล่วงเลยมาสิบปี 

Visitors: 108,417