เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยขุนตาล

 

"อุโมงค์รถไฟสุดยาว เทือกเขาแบ่งแดนลำปาง-ลำพูน สมบูรณ์ธรรมชาติงามยิ่ง เอื้องสวยจริง สามปอยขุนตาล"

     นี่คือคำขวัญของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่มาของเส้นทางที่จะนำเสนอในครั้งนี้ โดยเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยขุนตาลนี้จัดได้ว่าเป็นเส้นทางพิชิตยอดเขาที่มีความสูงถึง 1,373 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง บนยอดเขานั้นมีชื่อว่า "ยอดดอยขุนตาล" ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาขุนตาล แนวเขตธรรมชาติแบ่งเขต 2 จังหวัด คือ จังหวัดลำพูนกับจังหวัดลำปาง ซึ่งเส้นทางแห่งนี้นอกจากจะได้พิชิตยอดเขาเป็นความภาคภูมิใจในแต่ละบุคคลแล้ว สิ่งที่เป็นเสน่ห์อันน่าสนใจคือ การเดินผ่าน "จุดยุทธศาสตร์" ที่มีอยู่ทั้งหมด 4 จุดด้วยกัน โดยได้มีการแทนตัวอักษรย่อว่า "ย." จาก ย.1 ต่อด้วย ย.2 จนถึง ย.3 และไปสุดที่ ย.4 อันเป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยขุนตาลนั้นเอง

 

 

     การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ถ้าจะให้ดีมีเสน่ห์ต้องเดินทางด้วยรถไฟ จะเริ่มต้นที่สถานีรถไฟหัวลำโพง หรือสถานีรถไฟเชียงใหม่ ก็ได้ เพราะปลายทางเหมือนกันคือ "สถานีรถไฟขุนตาน" ที่สำคัญคือการเดินทางมาถึงในช่วงเช้า หากมาเลยเที่ยงไปแล้วจะไม่สามารถเดินเส้นทางพิชิตยอดดอยขุนตาลได้ทันในวันเดียว เนื่องจากการเดินทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยขุนตาลต้องเดินแบบไป-กลับ โดยมีระยะทางรวม 14 กิโลเมตร (ไป 7 กลับ 7 )

 

 

     เมื่อเดินทางมาถึงสถานีรถไฟขุนตานแล้ว จะรู้สึกเลยว่าตอนนี้เรากำลังถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เนื่องจากบริเวณนั้นไม่มีอะไรเลย นอกจากรางรถไฟกับป่าเขา ทางเดียวที่จะออกจากจุดนั้นได้ก็คือการรอรถไฟขบวนถัดไป ..เมื่อมาถึงแล้วแนะนำให้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำท้องถิ่นที่ "ศาลเจ้าพ่อขุนตาน" เพื่อความเป็นสิริมงคล บริเวณสถานีรถไฟขุนตานนี้จะอุดมไปด้วยกลิ่นอายของเรื่องราวในอดีตที่อบอวลชวนขลัง นอกจากศาลเจ้าพ่อขุนตานแล้ว ใกล้ๆกัน ยังมีแท่นสถูปอนุสรณ์ของวิศวกรชาวเยอรมัน "มิสเตอร์ ไอเซ่นโฮเฟอร์ เอมิล" ผู้สร้างอุโมงค์ขุนตาลระหว่างปี พศ. 2450-2462 รวมถึงอาคาร "สถานีรถไฟขุนตานหลังเดิม" ที่ได้ปลดระวางไปเมื่อปี พ.ศ. 2503

     นอกจากความเก่าแก่ที่มองเห็นได้ชัดเจนบริเวณริมสองข้างทางรางเหล็กแล้ว ก็ยังมีป้ายเก๋ๆที่เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ถ่ายรูปด้วยเช่นกัน ใครสนใจจะไปเที่ยวชมวัดท้องถิ่นที่ "วัดขุนตาน" กันก่อนก็ได้ แต่ที่แน่ๆอย่าลืมเช็คเวลา "ขบวนรถไฟเที่ยวกลับ" กับนายสถานีให้มั่นใจก่อนจะก้าวเดินต่อไปบนอุทยานฯ

 

 

      เมื่อมาถึงสถานีรถไฟขุนตาน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปเก็บภาพหน้าอุโมงค์ขุนตานด้วยความตื่นเต้น แต่แนะนำให้เก็บพอหอมปากหอมคอ เพราะการเดินทางยังอีกยาวไกล มาเก็บภาพต่อในวันกลับ ระหว่างรอขบวนรถไฟก็ได้  

      จากสถานีรถไฟขุนตานจะต้องเดินขึ้นไปบนที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ด้วยระยะทางพอประมาณ 1.3 กิโลเมตร ถือเป็นการปรับสภาพร่างกายให้พร้อมรับกับการเดินบนเส้นทางพิชิตดอยขุนตาล จากผืนป่าจะตัดเข้าสู่ถนนคอนกรีต ก่อนจะก้าวเข้าสู่ด่านเก็บค่าธรรมเนียม

 

 

     เมื่อเข้ามาในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาลแล้ว จะได้เห็นเส้นแบ่งเขตจังหวัดลำพูน-ลำปาง อยู่กลางถนน นักท่องเที่ยวหลายคนตื่นตากับความแปลกใหม่นี้ ก็มักจะถ่ายรูปเก็บภาพกันตามระเบียบ หลายคนยืนคล่อมระหว่างเส้นแบ่งเขต เพราะนั้นหมายถึงการได้ยืนอยู่สองจังหวัดในคราเดียวกัน ถ่ายกันพอหอมปากหอมคอเช่นกัน ในยามนี้ควรจัดการกับที่พักให้เรียบร้อยก่อน มีทั้งบ้านพักของอุทยานฯ และเต็นท์ เมื่อเลือกได้แล้วให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

     สำหรับผมนั้นได้กางเต็นท์บริเวณลานชมดาว ซึ่งบริเวณนี้นอกจากจะได้กินบรรยากาศได้เต็มที่แล้ว ยังได้กินข้าวอีกด้วย เนื่องจากโรงอาหารตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้กับลานกางเต็นท์นี้เอง สำหรับใครที่พักบ้านพักของอุทยานฯ จะต้องเดินไปอีก 1.5 กิโลเมตร ช่วยย่นระยะทางการเดินพิชิตดอยขุนตาลได้ในตัว แต่ก็ต้องเตรียมเสบียงอาหารไปให้พร้อมด้วยเช่นกัน

 

 

     จากลานกางเต็นท์ ผมเตรียมเสบียง เช่น น้ำดื่มและอาหารกลางวัน การพิชิตยอดดอยขุนตาลต้องเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ทางอุทยานฯได้จัดเส้นทางไว้ จากจุดนี้จะต้องเดินเท้าด้วยระยะทาง 7 กิโลเมตร รวมระยะทางไป-กลับ 14 กิโลเมตร ฉะนั้นจะต้องคำนวณระยะเวลาให้ดี หากกลับหลังพระอาทิตย์ตกคงไม่ดีแน่ จึงควรเริ่มออกเดินตั้งแต่ช่วงเช้าจะได้บรรยากาศเย็นสบาย โดยในช่วงแรกจะเป็นการเดินไปตามถนนคอนกรีต มีทางเดินลัดตัดผ่านทางโค้งของถนนไปจนถึง "ผากลีบบัว"

     จากนั้นจะลอดผ่านซุ้มไม้ที่มีตราสัญลักษณ์ของ "การรถไฟแห่งประเทศไทย" เมื่อเดินขึ้นมาจะพบกับบ้านไม้หลังใหญ่สีเหลือง ซึ่งเป็นพลับพลาที่ประทับของ "กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน" พระบิดาแห่งการรถไฟไทยนั้นเอง บริเวณนี้มีระเบียงชมวิวให้พักถ่ายรูปกันด้วย

 

 

     บริเวณนี้เป็นบ้านพักบังกาโลของการรถไฟ ซึ่งจะต้องติดต่อสำรองมาก่อนล่วงหน้า เมื่อมาถึง "จุดยุทธศาสตร์ที่ 1" นี้ นั้นหมายความว่าเราได้เดินทางมาแล้ว 2.5 กิโลเมตร และจุดยุทธศาสตร์ที่ 2 เป้าหมายถัดไป อยู่ห่างเพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้นเอง โดยระหว่างทางจะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นคอยมาเดินป้วนเปี้ยนเป็นเพื่อนร่วมทางแก้เหงา 

 

 

     ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าบนดอยขุนตาล ทำให้ตลอดเส้นทางปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ให้ร่มเงาและความร่มรื่น ในไม่ช้าก็เดินทางมาถึงจุดยุทธศาสตร์ที่ 2 บริเวณนี้มีระเบียงชมวิว ซึ่งถูกจับจองด้วยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นไปแล้วเรียบร้อย วิวทิวทัศน์ที่เห็นจะเป็นพื้นราบและแนวเทือกเขาในเขตอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน นอกจากนี้ ย.2 ยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ บ้านพักของ "หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช" รวมถึงอัฐิของท่านด้วย โดยเมื่อปี พ.ศ. 2512 กับปี พ.ศ. 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เคยเสด็จมาพักผ่อนอิริยาบถที่เรือนรับรองแห่งนี้ด้วย

     แม้ระยะทางจาก ย.1 มา ย.2 จะใกล้นิดเดียว แต่หลังจากนี้คือของจริง ด้วยระยะทางจาก ย.2 ไป ย.3 มีระยะทางไกลถึง 3 กิโลเมตร ด้วยเหตุนี้ ย.2 จึงมักจะถูกใช้เป็นจุดยูเทิร์นสำหรับใครหลายๆคน

 

 

     ด้วยระยะทางอันยาวไกล ผมจึงต้องรีบเดินเพื่อแข่งกับเวลา ทำให้ตลอดระยะทาง 3,000 เมตร มีการแวะเก็บภาพระหว่างทางน้อยมาก และแล้วก็มาถึง จุดยุทธศาสตร์ที่ 3 ซึ่งเป็นบ้านพักของ "คณะมิชชันนารีอเมริกันคริสตจักร" ปัจจุบันได้เปิดบริการบ้านพักให้แก่นักท่องเที่ยว โดยอยู่ในการดูแลของมหาวิทยาลัยพายัพ และจากจุดนี้จะมีระยะทางห่างจาก ย.4 อีกเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น แต่จะต้องผ่าน "เนินวัดใจ" ซึ่งถือเป็นเนินเดียวในเส้นทางศึกษาธรรมชาติสายนี้ที่ถูกตั้งชื่อขึ้น นอกนั้นเดินขึ้นมาตั้งหลายเนินแต่ไม่ตั้งชื่อไว้เลยสักเนิน  

 

 

      ในที่สุดก็ขึ้นมาจนถึงปลายทาง จุดยุทธศาสตร์ที่ 4 หรือ "ยอดดอยขุนตาล" หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า "ม่อนส่องกล้อง" ผมใช้เวลาเดินจากลานกางเต็นท์ถึงยอดดอยขุนตาล ประมาณ 4 ชั่วโมง รวมเวลาถ่ายรูปและพักรับประทานอาหารกลางวันแล้ว

     บริเวณยอดดอยนี้มีป้ายยาวๆแบ่งเป็นภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ เขียนว่า "จุดสูงสุดบนยอดดอยขุนตาล" บอกความสูงจากระดับน้ำทะเล และบอกเขตจังหวัดว่าทางซ้ายลำพูน ทางขวาลำปาง ส่วนทางด้านหลังป้ายเป็นวิวทิวทัศน์ของจังหวัดเชียงใหม่ หากมองไปด้านหน้าจะเห็นอ่างเก็บน้ำชัดเจน ซึ่งนั้นคืออ่างเก็บน้ำห้วยบอน ที่ตั้งอยู่ในเขตตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่นั้นเอง สรุปก็คือ ยอดดอยขุนตาลแห่งนี้เป็นยอดเขาแบ่งเขตสามจังหวัด คือ ลำพูน ลำปาง และเชียงใหม่

     เมื่อเก็บภาพจนหนำใจ และนั่งพักกินลมชมวิวจนอิ่มตัวแล้ว จากนี้จะเป็นการเดินลงอย่างเดียว เนื่องจากบนยอดดอยขุนตาลไม่มีบ้านพักและไม่อนุญาตให้กางเต็นท์ค้างแรมได้ ขากลับเดินลงเขาใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษๆ ต้องเร่งฝีเท้ากันนิดนึงเพื่อให้เดินทางกลับก่อนฟ้ามืด   

 

บ้านพักอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

 

พร๊อพบนดอยขุนตาล

 

แผนที่ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล

 

ระดับความสูง

สถานีรถไฟขุนตาน ความสูง 578 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

จุดยุทธศาสตร์ที่ 1 ความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

จุดยุทธศาสตร์ที่ 2 ความสูง 1,035 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

จุดยุทธศาสตร์ที่ 3 ความสูง 1,225 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

ยอดดอยขุนตาล ความสูง 1,373 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

คำว่า “ขุนตาล” กับ “ขุนตาน” เหมือนหรือใช้ต่างกันอย่างไร

     ขุนตาน ตัว “น” จะใช้เกี่ยวกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย เช่น สถานีรถไฟขุนตาน อุโมงค์ขุนตาน และ ศาลเจ้าพ่อขุนตาน

     ขุนตาล ตัว “ล” จะใช้เกี่ยวกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เช่น อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล เทือกเขาขุนตาล ยอดดอยขุนตาล เป็นต้น

 

Visitors: 213,517