พิชิตดอยหลวงพะเยา

 

     ดอยหลวง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดที่ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาดอยหลวง ภายในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง ซึ่งมีที่ทำการอุทยานฯ อยู่ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แต่ยอดดอยหลวงอยู่ในพื้นที่รอยต่อของจังหวัดพะเยากับจังหวัดลำปาง นอกจากดอยหลวงจะเป็นหลังคาของเมืองพะเยาแล้ว บนแนวเทือกเขาเดียวกันยังมีภูเขาหินอันซีนน่าปีนยิ่งนัก ชื่อว่า “ดอยหนอก” ซึ่งดอยนี้ถือเป็นไฮไลท์ของการพิชิตยอดเขาแห่งนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อมีจุดมุ่งหมายที่เด่นชัดขนาดนี้แล้ว ทริปนี้ผมจึงได้ร่วมเดินทางไปกับ Basscamp Adventure โดยมี “จ่าหมู” เป็นหัวหน้าทริป นำทีมเดินทางโดยรถตู้สองคันตั้งต้นมาจากกรุงเทพมหานคร โดยมีผมและผู้ร่วมแจมส่วนหนึ่งเดินทางไปสมทบ ณ จุดนัดพบที่ตัวเมืองพะเยา

     

 

     เช้าตรู่ของวันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2559 คณะจากกรุงเทพมหานคร เดินทางมาถึงเมืองพะเยาเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ผมและผู้ร่วมทริปที่เดินทางมารออยู่ก่อนแล้วได้รวมกลุ่มกันเดินทางไป ณ บ้านห้วยหม้อ ตำบลบ้านตุ่น เพื่อพบกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติดอยหลวง พร้อมทั้งแบ่งสัมภาระให้ลูกหาบ

 

 

     รถอีแต๊กได้นำพาผู้ร่วมทริปทุกคนไป ณ จุดเริ่มต้นเดินเท้า ที่ตั้งอยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตุ่น ถึงเวลานี้ทุกคนพร้อมที่จะเดินป่าพิชิตดอยหลวง กลุ่มว่าที่ผู้พิชิตจำนวน 19 ชีวิต ประกอบไปด้วยกลุ่มผู้โดยสารรถตู้มาจากกรุงเทพมหานครจำนวน 15 คน นักเดินป่าจากอำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 3 คน และผม หนึ่งเดียวคนนี้ที่เชียงใหม่ถีบส่งเข้าประกวด อีก 1 คน โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มาเป็นหัวหน้านำทาง พร้อมด้วยลูกหาบอีกจำนวนนึ่ง และหัวหน้าทริป จ่าหมูนั้นเอง

 

 

     พวกเราเริ่มออกเดินเวลา 9 โมง 15 นาทีแรกเริ่มเดินเท้าอย่างพร้อมเพรียงเรียงเป็นแถวเดียว แต่ผ่านไปได้ไม่นาน เริ่มมีการเดินแยกแตกแถวด้วยเหตุผลที่ต่างกันไป ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากอาการเหนื่อยล้าที่ต่างคนต่างมาไม่พร้อมกัน บางคนมามากบางคนมาน้อย

 

 

     ผมก้าวเท้าเดินด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังเกาะกลุ่มหน้า มีเจ้าหน้าที่นำทางพร้อมเพื่อนร่วมทริปอีก 6 คน เส้นทางเดินช่วงต้นเป็นป่าทึบ อุดมไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ให้ความร่มรื่นปราศจากแสงแดดส่องผ่าน ช่วงต้นนี้จะมีอุปสรรคคือกองทัพยุง ซึ่งมีประชากรเยอะมาก คอยดักดูดเลือดนักเดินไพร ใครป้องกันมาดีก็โดนน้อยหน่อย ใครไม่ได้ทายากัน ใส่เสื้อผ้าที่ปิดเนื้อกายน้อย โดยเฉพาะกางเกงขาสั้นก็โดนไปเต็มๆ

 

 

     เส้นทางเดินเริ่มลาดชันมากขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มผมหยุดพักกันเป็นระยะๆ จุดแรกเป็นอดีตน้ำตก ที่ปัจจุบันหลงเหลือให้เห็นเพียงโขดหินเวิ้งว้าง มีแอ่งน้ำเล็กๆ พอจะให้ยุงได้วางไข่ และนั้นทำให้พวกเราต้องรีบเดินต่อไป พักอีกครั้งบริเวณเนินหิน ซึ่งต้องบอกเลยว่า ณ จุดๆ นั้น ..เหนื่อยมาก

 

 

     ระหว่างทางพวกเราเริ่มเจอ เห็ดหลากหลายรูปร่างและสีสัน จะทานได้หรือไม่นั้นคงต้องให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยให้ความรู้ควบคู่ไปด้วย

 

     

     เดินมาได้สักระยะหยดน้ำจากเบื้องบนก็เริ่มโปรยปรายลงมา เริ่มจากเบาะๆ จนเพิ่มLevelหนักขึ้นเรื่อยๆ ฝนตกถือเป็นอุปสรรคที่นักเดินป่าหน้าฝนจะต้องเผชิญ ซึ่งนอกจากจะเป็นรสชาติของชีวิตแล้ว ยังถือเป็นการเรียนรู้ในการแก้ปัญหา ช่วยเหลือ เกื้อกูลและแบ่งปันมันส์ไปอีกแบบ 

 

 

     กลุ่มเราก้าวเดินมาจนถึงสันเขาบนเทือกเขาดอยหลวง โดยมาถึงเวลา 14.40 น. ณ จุดๆนี้ พวกเราทั้งดีใจและตื่นตากับวิวทะเลภูเขาเบื้องหน้า นอกจากนี้ยังโชคดีได้พบกับ “หมออิม” นภัสพร ชำนาญสิทธิ์ (เสื้อสีแดงใส่หมวก ผ้าพันคอสีเหลือง) สาวไทยคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ ถือเป็นไอดอลของนักเดินป่าหลายคน พวกเราไม่พลาดที่จะเก็บภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

 

 

     แม้จะเป็นทางเดินไต่สันเขา แต่ก็ยังไม่หมดทางชัน พวกเรายังคงต้องเกร็งน่องขาก้าวต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อพิชิตยอดดอยหลวง หลังคาแห่งเมืองพะเยา และในที่สุดผมและเพื่อนร่วมทริปก็เดินมาถึงเป็นกลุ่มแรก ในเวลา 14.55 น. ในที่สุดก็ “พิชิตดอยหลวงพะเยา” เป็นผลสำเร็จ

 

 

     จากยอดดอยหลวง พวกเราเดินต่อไปอีกไม่ถึง 100 เมตร ถึงลานกางเต็นท์ วิวทิวทัศน์บริเวณนี้สามารถมองเห็นตัวเมืองพะเยา กว๊านพะเยา รวมถึงอ่างเก็บน้ำห้วยตุ่น ต้นทางที่พวกเราเดินขึ้นมา จากนั้นกลุ่มที่สอง ที่สาม ก็ทยอยกันเดินทางมาถึง ต่างคนต่างแยกย้ายกันทำภารกิจส่วนตัว ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย

 

 

     จากนั้นผู้พิชิตทุกคนก็กางเต็นท์กันเสร็จเรียบร้อย ถือเป็นการพักแรมที่มีทิวทัศน์ที่งดงามอีกครั้งหนึ่งในชีวิต เย็นวันนี้มีลมแรงพัดโกรกไปมา หลายคนจึงหนีหนาวไปแอบอุ่นในถุงนอน อีกหลายคนเดินเก็บภาพบนดอยหลวง ในขณะที่จ่าหมูกำลังบรรเลงเพลงครัว ประกอบอาหารมื้อเย็นให้พวกเราได้รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย ด้วยเมนูง่ายๆ แต่เปี่ยมไปด้วยรสชาติที่ต้องขอเติม จนอิ่มหนำไปตามๆกัน

 

     คืนนี้นอกจากจะมีดวงดาวแพรวพราวบนท้องฟ้าแล้ว ยังมีดาวบนดิน แสงไฟเมืองพะเยาให้ชมเป็นของแถมอีกด้วย

 

 

     ผมตื่นแต่เช้าทันชมแสงแรกแห่งวันสาดส่องเหนือเมืองพะเยา ลมยังคงพัดแรง เกิดเป็นปรากฏการณ์ทะเลหมอกไหลจากฝั่งจังหวัดลำปางข้ามสันเขามาฝั่งจังหวัดพะเยา ผมและเพื่อนร่วมทริปต่างพร้อมใจกันรัวชัตเตอร์ พร้อมทั้งบันทึกภาพเคลื่อนไหวการไหลของสายหมอกเก็บไว้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจ

 

 

     หลังจากสูดลมหายใจกลืนทะเลหมอกจนชุ่มปอดแล้ว พวกเราก็รับประทานอาหารเช้าฝีมือยอดกุ๊กจ่าหมูเช่นเคย จากนั้นก็เก็บเต็นท์และสัมภาระพร้อมออกเดินทางสู่ไฮไลท์ของทริป “พิชิตดอยหนอก” ที่เห็นเด่นอยู่ข้างหน้านั้นไง

 

 

     ผมและเพื่อนกลุ่มเดิม ออกเดินเท้ากันเวลา 8.30 น. เส้นทางเดินไปตามสันเขา ฝั่งซ้ายเป็นจังหวัดลำปาง ฝั่งขวาเป็นจังหวัดพะเยา เช้านี้อากาศดีมีความสวยงามของแสงและหมอกอ่อนๆ พวกเราหยุดถ่ายรูปเก็บภาพกันตลอดทาง

 

 

     ลงจากเส้นทางสันเขา ปรับโหมดเป็นเส้นทางผจญภัยไต่หินขึ้นๆลงๆ มีเพื่อนร่วมเส้นทางเป็นนักวิ่งเทรล ช่วยแต่งแต้มให้การเดินป่าในครั้งนี้มีสีสันมากขึ้น

 

 

     และแล้วก็ถึงเวลาของความมันส์ที่รอคอย ไต่โขดหินพิชิตดอยหนอก ความชันตั้งฉาก 90 องศา มีเชือกสลิงให้ห้อยติงอยู่เป็นระยะ งานนี้ใช้กำลังแขนอย่างเดียว สัมภาระถูกวางไว้ด้านล่าง ปีนขึ้นมาตัวเปล่าเบาหวิว จับเชือกให้มั่น สาวมือให้เป็นจังหวะ แล้วจะรอดปลอดภัยขึ้นมาถึงจุดหมายอย่างแน่นอน 

 

 

     ผมและเพื่อนร่วมทริปขึ้นมาพิชิตบนยอดโขดหินขนาดมหึมานาม “ดอยหนอก” ได้สำเร็จ บนยอดเขามีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงธงหลากสีที่ร้อยเรียงอยู่ตามเชือกที่มุงเป็นหลังคาทรงโดม หลายคนที่ได้เห็นมักจะพูดเป็นเสียงด้วยกันว่า นี่คือ ..ชัมบาลาเมืองไทยชัดๆ

 

 

     เมื่อชื่นชมกันเต็มอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะต้องไต่ลง แม้จะยังไม่หนำใจ อยากอยู่บนนี้ไปอีกนานๆ แต่ก็จำเป็นต้องลงเพื่อเดินทางกลับ “ความสุขมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ และจบเร็วเสมอ” พวกเราต้องนั่งรอสักครู่หนึ่งเพื่อให้กลุ่มที่ตามมาปีนขึ้นได้อย่างสะดวก 

 

 

     หลังจากลงดอยหนอกแล้ว สัมภาระที่หนักหน่วงกลับคืนสู่กระดูกสันหลังดังเดิม และก้าวเท้าเดินต่อไประยะทาง 12 กิโลเมตร โดยมีจุดหมายปลายทางคือจุดสิ้นสุดของทริป เส้นทางเดินลงเป็นทางลาดชันหลายช่วง ขนานไปกับทางไหลของน้ำตกผาเกล็ดนาค ทำให้มีโอกาสได้นั่งพักล้างหน้าล้างตาคืนความสดชื่นได้เป็นระยะ จนลงมาถึงจุดสิ้นสุดเส้นทางพิชิตดอยหลวง-ดอยหนอก ในเวลา 13.00 น. เป็นอันจบทริปอย่างสมบูรณ์ 

 

 

     ขอบคุณท้องฟ้า สายฝน แสงแดด ต้นไม้ และหมอกผา ที่ทำให้ทริปนี้มีคุณค่าแก่การจดจำ

     ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยกันตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

     ขอบคุณไฟล์ภาพของเพื่อนร่วมทางที่ทำให้ผมมีภาพสวยๆ กลับมาหลายรูป

     ขอบคุณจ่าหมู Basscamp Adventure สำหรับอาหารทุกมื้อ และอีกทริปที่เดินทางไปด้วยกัน

Visitors: 108,415