10 เกาะดีงามทะเลใต้

      

       ทะเลเมืองไทย ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตาม 3 ภาคที่อยู่ติดทะเล นั้นก็คือ ส่วนที่ 1 ภาคตะวันออก ไล่ไปตั้งแต่จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนที่ 2 ภาคตะวันตก ประกอบด้วย 2 จังหวัด คือ เพชรบุรีกับประจวบคีรีขันธ์ และ ส่วนที่ 3 ภาคใต้ คือเนื้อหาที่จะนำเสนอในคอลัมน์นี้ ไล่ลงไปตั้งแต่จังหวัดชุมพร จนสุดที่จังหวัดนราธิวาส

       10 เกาะดีงามทะลใต้ นี้ คือ เกาะสวยงามที่ได้มีโอกาสได้เดินทางไปเห็นมาด้วยตา แตะหาดทรายด้วยฝ่าเท้า และสัมผัสน้ำด้วยผิวกาย โดยเป็นทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ทั้งนี้ 10 อันดับที่คัดมานี้ ไม่ได้เรียงลำดับความดีงามจาก 1-10 แต่อย่างใด เอาเป็นว่ามี 10 เกาะนี้แหละ ที่ดีงามจริงๆ

 

1. เกาะลันตา

           เกาะลันตา ถือเป็นหมู่เกาะ โดยแบ่งเป็นเกาะใหญ่ 2 เกาะ คือ "เกาะลันตาน้อย" กับ "เกาะลันตาใหญ่" รวมถึงเกาะบริวารที่กระจายอยู่โดยรอบ รวมพื้นที่ทั้งหมดจึงได้รับการยกฐานะให้เป็น "อำเภอเกาะลันตา" เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดกระบี่ โดยมีศูนย์กลางการท่องเที่ยวตั้งอยู่บนเกาะลันตาใหญ่ ซึ่งมีชายหาดสวยงามเรียงรายอยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของเกาะ ท้ายหาดเป็นที่ตั้งของ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา" สุดปลายเกาะเรียกว่า "แหลมโตนด" เนื่องจากมีต้นตาลโตนดอยู่เป็นจำนวนมาก ปลายแหลมโตนดโดดเด่นด้วย “ประภาคารสีขาว” ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเกาะลันตาแห่งนี้

          เกาะลันตา เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก รวมถึงบุคคลที่มีชื่อเสียงและดาราฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง แองเจลินา โจลี และแบรด พิตต์ เคยได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 6 เกาะที่น่าเดินทางมาท่องเที่ยวที่สุดในโลก จนได้รับฉายาว่าเป็น "เกาะอัญมณีแห่งเอเชีย"

 

2. เกาะรอก

              เกาะรอก เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การดูแลของ “หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตาที่ 1” โดยที่แพ็คเกจทัวร์ตามเกาะต่างๆในน่านน้ำทะเลกระบี่และทะเลตรัง จะต้องมี “เกาะรอก” รวมอยู่ในนั้น ซึ่งเกาะรอกจะมีลักษณะเป็นสองเกาะเล็กๆตั้งอยู่คู่กัน คือ “เกาะรอกใน” กับ “เกาะรอกนอก” เกาะรอกเป็นเกาะที่มีหาดทรายยาวเหยียด มีเม็ดทรายสีขาวละเอียดเนียนนุ่มเท้า มีบรรยากาศที่เงียบสงบ และมีน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจก นอกจากนี้ยังมีผู้พบเห็นฉลามวาฬบริเวณรอบนอกของเกาะรอกอยู่บ่อยครั้ง  

 

3. เกาะไหง

              เกาะไหง หรือ เกาะไห เป็นเกาะที่มีหาดทรายสีขาวละเอียดดั่งผงแป้งยาวเหยียดตลอดแนวชายหาด ทางฝั่งด้านทิศตะวันออกของเกาะไหงยังเป็นแหล่งกำบังคลื่นลมจากมหาสมุทรอินเดีย ชาวเลท้องถิ่นมักใช้เป็นแหล่งพักพิงในช่วงฤดูมรสุมอยู่เป็นประจำ เกาะไหงมีลักษณะเป็นเกาะขนาดเล็ก มีความเงียบสงบ โดยมีจุดดำน้ำที่สวยงามอยู่บริเวณท่าเรือเกาะไหง

             เกาะไหง เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ดูแลโดย “หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลต.2 (เกาะไหง)” บนเกาะมีที่พักรองรับนักท่องเที่ยว คือ เกาะไหงรีสอร์ท กับ เกาะไหงพาราไดซ์

 

4. เกาะม้า

              เกาะม้า เป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะไหงกับเกาะมุก และยังตั้งอยู่ระหว่าง 2 น่านน้ำทะเล คือ น่านน้ำทะเลกระบี่กับทะเลตรัง พื้นที่รอบเกาะม้าไม่มีชายหาดอยู่เลย มีเพียงหน้าผาหินปูนที่มีรูปร่างลักษณะคล้ายม้า จึงเป็นสาเหตุที่นำมาตั้งเป็นชื่อเกาะ แต่ถึงแม้เกาะม้าจะไม่มีชายหาด แต่ก็มีจุดดำน้ำที่สุดสวยงามเข้ามาทดแทน จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดำน้ำคู่กับเกาะใกล้เคียง นั้นคือ เกาะเชือก 

             เกาะม้า อุดมไปด้วยความสมบูรณ์ทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นปลาน้อยสีสันสดใส รวมถึงปะการังหลากสี ซึ่งเป็นปะการังชนิดปะการังอ่อน ที่มีทั้งสีแดง สีส้ม สีม่วง สีเหลือง และสีชมพู ซึ่งปะการังอ่อนนั้นถือเป็นหนึ่งในทรัพยากรใต้ท้องทะเลอันมีค่าที่หาชมได้ยาก และควรแก่การอนุรักษ์ไว้อย่างยั่งยืน

 

5. เกาะมุก

               เกาะมุก เป็นเกาะในฝันของใครหลายๆคน รวมถึงตัวผมเองด้วย เนื่องจากถูกประชาสัมพันธ์มาอย่างยาวนานว่าเป็นเกาะตัวท็อป UNSEEN ระดับโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะรู้จักกันในชื่อ "ถ้ำมรกต"

               เกาะมุก ตั้งอยู่ในตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ในเขตพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม สำหรับถ้ำมรกตนั้นจะตั้งอยู่ภายในเกาะมุก เป็นถ้ำกลางทะเลมีความยาวประมาณ 80 เมตร การเข้าไปในถ้ำจะต้องอาศัยการลอยคอเข้าไปในช่วงน้ำทะเลลด ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวภายในถ้ำจะสามารถมองเห็นแสงแดดส่องผ่านลงพื้นน้ำ แล้วสะท้อนกลับขึ้นมาบนผิวน้ำ ทำให้ผนังถ้ำเป็นเปล่งประกายสีเขียวมรกต จนเป็นที่มาของชื่อถ้ำบนเกาะมุกแห่งนี้

              ภายในถ้ำมรกตถูกล้อมด้วยหน้าผาหินปูนรอบทิศเป็นวงกลม ด้านบนเปิดเผยให้เห็นถึงท้องฟ้าสีคราม มีแสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องหน้าผา และมีแนวหาดทรายขาวละเอียดซ่อนอยู่ ถือเป็นความ UNSEEN ที่สุดยอดแท้จริง  

 

6. เกาะตาชัย

              เกาะตาชัย เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวสูงสุดในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตั้งอยู่ในท้องทะเลอันดามัน ตำแหน่งตรงกลางระหว่างหมู่เกาะสิมิลันกับหมู่เกาะสุรินทร์ ถือเป็นเกาะบริวารในพื้นที่การดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน  

             เกาะสวรรค์แห่งใหม่นี้มีน้ำทะเลสีฟ้าใส มีหาดทรายสีขาว เม็ดทรายละเอียดอ่อนนุ่มเท้า มีจุดดำน้ำดูปะการังที่สวยงาม และยังมีผืนป่าธรรมชาติอันเขียวขจีบนตัวเกาะอีกด้วย ชายหาดที่ขาววิ้งสะท้อนแสงจนแสบตานั้นทอดตัวยาวขนานไปกับผืนน้ำยาว 700 เมตร ส่วนแนวปะการังสวยงามกระจายเรียงรายอยู่รอบเกาะ ถือเป็นเกาะที่มีความสมบูรณ์แบบทั้งใต้น้ำและบนเกาะ

            เกาะตาชัย นอกจากจะได้เล่นน้ำชายหาดและดำน้ำดูปะการังแล้ว ยังมีกิจกรรมการเดินป่าเพื่อตามหา "ปูไก่" ซึ่งเป็นปูน้ำจืดที่ชอบอาศัยอยู่ตามธารน้ำ ลักษณะจะมีลำตัวสีแดงสด ก้ามสีดำเหลือบน้ำเงิน เวลาส่งเสียงร้องจะฟังดูเหมือนไก่ รวมทั้งเส้นทางเดินป่าไปยังชม "จุดชมวิวเกาะตาชัย" มีลักษณะเป็นลานหินแกรนิตที่ถูกคลื่นซัดกัดเซาะจนเกิดเป็นริ้วรอยจิตรกรรมทางธรรมชาติ ด้วยระยะทางเดิน 500 เมตร 

 

7. เกาะพะงัน

                เกาะพะงัน เป็นเกาะที่มีเนื้อที่กว้างขวางมากพอที่จะยกฐานะตัวเองให้เป็น "อำเภอเกาะพะงัน" ในจังหวัดสุราษฏร์ธานี โดยได้ขึ้นชื่อว่ามีหาดทรายชายทะเลที่สวยงามไม่แพ้เกาะใดๆในน่านน้ำทะเลสุราษฏร์ธานี รวมถึงยังเป็นจุดศูนย์กลางการท่องเที่ยวระหว่างเกาะเต่ากับเกาะสมุย

                หาดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดบนเกาะพะงันคือ "หาดริ้น" เป็นชายหาดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ มีความยาวของหาดประมาณ 2 กิโลเมตร ถือเป็นหาดที่มีที่พักและมีความคึกคักมากที่สุด นักท่องเที่ยวนิยมมาชุมนุมกันในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง หรือที่เรียกว่า "ฟูลมูน ปาร์ตี้" ซึ่งจะเป็นค่ำคืนที่มีเสียงดังยันเช้า ไม่เหมาะแก่การมาพักผ่อน เพราะทั้งคืนจะไม่ได้หลับไม่ได้นอน หากต้องการพักผ่อนควรเลี่ยงช่วงเวลาจัดงานดังกล่าว

                นอกจากหาดริ้นแล้ว บนเกาะพะงันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกและจุดชมวิวที่อยู่ในเขตพื้นที่ของ "อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน" มีเกาะม้าที่เชื่อมถึงเกาะพะงันด้วยหาดทรายยามน้ำลด หรือที่เรียกกันว่า "ทะเลแหวกแห่งอ่าวไทย" และมีต้นมะพร้าวที่ขนานไปกับพื้นทราย เป็น Landmark ของเกาะพะงัน

 

8. เกาะเต่า

               เกาะเต่า ประกอบด้วย 10 แหลม กับ 11 อ่าว มีแนวปะการังยาวถึง 8 กิโลเมตร ทั้งยังเป็นแหล่งดำน้ำที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากออสเตรเลีย ทำให้เกาะเต่ามีชื่อเสียงกระฉ่อน นักดำน้ำทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจและมุ่งหมายมาเกาะเต่าเพื่อเรียนดำน้ำลึก หรือ Snorkeling จากผู้ประกอบการที่ได้รับมาตรฐานด้านการสอนและความปลอดภัยระดับโลก สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว ชื่อของเกาะเต่ากล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์ของการดำน้ำ ที่นักดำน้ำทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีในความงดงามและสีสันของโลกใต้ทะเล รวมถึงฝูงปลาปะการังที่ไม่แพ้ที่แห่งใดในโลก 

              จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดำน้ำมากที่สุด คือ "อ่าวลึก" นอกจากจะมีน้ำทะเลที่ใสและโขดหินที่สวยแล้ว ยังอุดมไปด้วยความงดงามของโลกใต้ทะเล ทั้งปลาตัวน้อยและปะการังสีสันสวยงดงามตา

 

9. เกาะนางยวน

                เกาะนางยวน เป็นเกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะเต่า ได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวให้เป็นเกาะสวรรค์แห่งอ่าวไทย อีกทั้งยังเคยได้รับการยกย่องให้ติด 1 ใน 10 เกาะที่สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วย

                เกาะนางยวน ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก 3 เกาะเชื่อมต่อกันด้วยหาดทรายขาวในลักษณะเหมือน "ทะเลแหวก" ซึ่งเกาะนางยวนเป็นสมบัติของกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ปัจจุบันถูกเช่าและสร้างเป็นรีสอร์ทชื่อว่า "นางยวน ไอส์แลนด์ ไดว์ รีสอร์ท" ถือเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวบนเกาะนางยวน

               เกาะนางยวน เป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง แวดล้อมไปด้วยหาดทรายขาวละเอียด ในโลกใต้ทะเลก็มีปลาสีสันสวยงามมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะปลาน้อยผู้เป็นมิตรอย่าง "ปลาการ์ตูนแซดเดิ้ลแบค" ที่หาดูได้ยาก นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่สวยงามคุ้มค่ากับการปีนป่ายขึ้นไปชมอีกด้วย จุดชมวิวมีลักษณะเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ซ้อนกันหลายก้อน มุมมองนี้ถือว่าเป็นมุมมองที่สวยที่สุดของเกาะนางยวน เมื่อมองลงมาจะเห็นหาดทรายขาวเชื่อมต่อทั้ง 3 เกาะเข้าด้วยกัน รายล้อมด้วยน้ำทะเลสีฟ้าใสงดงามยิ่งนัก นักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้ขึ้นมาบนจุดชมวิวนี้ จะได้ภาพถ่ายมหานิยมใครเห็นก็ชมว่าสุดแจ่ม นั้นก็คือภาพของ “ทะเลแหวกเกาะนางยวน” นั้นเอง

 

10. เกาะสมุย

                เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของทะเลอ่าวไทย รองจากพี่ใหญ่เกาะช้าง ด้วยที่เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่จึงได้รับการยกฐานะให้เป็น "อำเภอเกาะสมุย" ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี เดิมเกาะสมุยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งปลูกมะพร้าว นึกถึงสมุยเมื่อใด เห็นภาพลิงปีนต้นมะพร้าวขึ้นมาทันที การทำสวนมะพร้าวจึงถือเป็นรายได้หลัก แต่ปัจจุบันนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวได้กลายมาเป็นรายได้หลัก เนื่องจากเกาะสมุยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ และมีชื่อเสียงขึ้นทำเนียบคลาสสิคตลอดกาลของประเทศไทยอีกด้วย

               โดยนอกจากหาดชื่อดัง เช่น หาดละไม หาดเฉวง และหาดหน้าทอน แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Landmark ของเกาะสมุย นั้นก็คือ "หินตาหินยาย" โขดหินอีโรติคริมทะเลสีครามที่โด่งดังไปทั่วโลก 

Visitors: 213,516