เที่ยวปายฉบับสมบูรณ์

     

     ปาย.. ครั้งที่หนึ่งและสอง เกิดขึ้นตั้งแต่ยังอยู่กรุงเทพมหานคร ภายหลังมีลมหายใจในเชียงใหม่ ปายครั้งที่สาม สี่ ห้าก็ตามมาเรื่อยๆ เป็นเช่นนั้นก็เพราะ "ปาย" เคยเป็นเป้าหมายหลักของการคิดผันเปลี่ยนชีวิตอยู่ หากแต่ชะตาเขียนให้ต้องมาอยู่เมืองหลวงแห่งล้านนา ฉะนั้น.. ปายก็ไม่ได้ไกลกัน สามารถเดินทางมาเยือนได้เท่าที่ใจต้องการ ทำให้ไม่สามารถจดจำได้แล้วว่า มาปายครั้งที่เท่าไหร่แล้ว รู้เพียงว่าเป็นเสมือนบ้านหลังที่ 2 ..

 

 

     ป า ย ..Pai เป็น 1 ใน 7 อำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลของประเทศไทย ปายยุคที่ 1 เริ่มเป็นเมืองท่องเที่ยวตากอากาศของชาวต่างชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541-2549 ในยุคแรกนี้จะเป็นฝรั่งแนว Backpacker "แบกแพ็กเกอร์" เป็นช่วงที่ปายมีความบริสุทธิ์ผุดผ่องทางธรรมชาติมากที่สุด ห้องพักจะเป็นรูปแบบ Guesthouse ราคาตั้งแต่ 150-300 บาท ยังไม่มีถนนคนเดิน คนไทยยังไม่รู้จักอำเภอแห่งนี้

     ปายยุคที่ 2 เป็นช่วงพีคสุดขีดของเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้ ยุคนี้เป็นยุคของคนไทยโดยแท้ โดยมีภาพยนตร์ไทยเรื่องรักจัง เป็นตัวจุดประกายให้ปายดังจนรั้งไม่อยู่ ภายในภาพยนตร์มีปายเป็นฉากหลังที่ดูอบอุ่นงดงาม น่าอยู่ น่ามาสัมผัส ยุคนี้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550-2556 นักท่องเที่ยวชาวไทยถาโถมเข้ามาจนปายแทบระเบิด เกิดเป็นปรากฏการณ์ต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหมดทุกปั้ม จนต้องมีการเพิ่มปริมาณกักเก็บในภายหลัง รวมถึงการที่ที่พักจำพวกรีสอร์ทผุดขึ้นมายิ่งกว่าดอกเห็ด กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอต่อปริมาณนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ต้องเปิดลานกางเต็นท์ในพื้นที่ต่างๆ เช่น โรงเรียนปายวิทยาคาร 

     ปายยุคที่ 3 สิ้นสุดยุคพีค คนไทยเริ่มร้างลา จนมีบางคนไม่รู้จักอำเภอแห่งนี้เลยด้วยซ้ำ ก่อกำเนิดนักท่องเที่ยวยุคใหม่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งได้เริ่มบุกถล่มเมืองเชียงใหม่มาก่อน ยุคนี้จะเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 จนถึงปัจจุบัน เหตุที่คนไทยหายไปอันเนื่องมาจากสภาพความไม่นิ่งของบ้านเรา ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่แปรผันเปลี่ยนรัฐบาลและสู้รบกันไปมาอย่างที่ทราบกันดี อย่างไรก็ตามแม้คนไทยจะน้อยลง และมีคนจีนมาแทนที่ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนนั้นเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองปายตลอดปี ทุกฤดูกาล ไม่หวาดหวั่นว่าจะร้อนหรือฝน ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยจะเน้นเดินทางมาเที่ยวกันเฉพาะช่วงฤดูหนาวเสียเป็นส่วนใหญ่ 

 

รู้เรื่องเมืองปาย 

หลัก 0 ปาย

     นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่มีโอกาสมาเที่ยวปายหลายครั้ง มาซ้ำอีกหลายหน แต่ก็ยังหาหลักกิโลเมตร “หลัก 0” ไม่เจอเลย บางคนอาจจะบอกว่า “เจอแล้ว!! หลักศูนย์ปาย” แต่หลักศูนย์ที่ว่านั้นคือ “ของจริง” หรือไม่ เพราะทางที่พักรีสอร์ทหรือตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มักจะทำกิโลเมตรหลักศูนย์จำลองไว้ หากสังเกตง่ายๆ หลักนั้นจะมีขนาดใหญ่โตเกินปกติ ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกมุมถ่ายซ้ายทีขวาที แต่ของแท้จะมีลักษณะเป็นเสาหินคอนกรีตขนาดมาตรฐานพร้อมสัญลักษณ์ตราครุฑของกรมทางหลวงประทับอยู่ ซึ่งสำหรับ “หลัก 0 ปาย” ตั้งอยู่บนถนนเขตเขลางค์ ด้านหน้าวัดหลวงพอดิบพอดี ลองไปหาดูกัน

 

ที่มาชื่อ “ปาย”

     นักท่องเที่ยวหลายคนจะสงสัยและสนใจหรือไม่ ว่าชื่ออำเภอน่ารักๆ ออกเสียงสั้นๆ ว่า “ปาย” นั้นมีที่มาจากอะไร? จังหวัดแม่ฮ่องสอนรวมถึงอำเภอปายในอดีตนั้น มีช้างป่าอยู่เป็นจำนวนมาก เมืองเชียงใหม่ได้นำช้างจากแม่ฮ่องสอนไปใช้งานและถวายแด่กษัตริย์เพื่อเชิดชูบุญญาบารมี เมืองปายมีช้างเพศผู้อยู่มาก ซึ่งช้างเพศผู้จะเรียกว่า “ช้างพลาย” ออกเสียงแบบภาษาเหนือได้ว่า “จ๊างปาย” จึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า จ๊างปาย ต่อมาจึงย่อเหลือเพียง ”ปาย” เป็นที่มาของชื่อเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทยจนบัดนี้  

 

ทุ่งดอกปอเทือง

     ที่ปายก็มีทุ่งดอกไม้สวยๆ ตามฤดูกาลเหมือนกัน หากมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์จะได้เห็นทุ่งปอเทืองสีเหลืองสดละลานตาตลอดสองข้างทางระหว่างถนนทางหลวงชนบทแม่ฮ่องสอน 4024 หรือถนนสายท่องเที่ยวเส้นใน ตั้งอยู่ช่วงระหว่างวัดพระธาตุแม่เย็นกับปางช้างท่าปาย สำหรับดอกปอเทืองเป็นพืชตระกูลถั่ว มีธาตุไนโตรเจนในปริมาณสูงให้แร่ธาตุอาหารแก่ดินเมื่อโดนไถกลบอีกด้วย

 

แม่น้ำปาย

     แม่น้ำปาย คือ แม่น้ำสายหลักชื่อเดียวกับอำเภอ โดยนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเยือนเมืองปายจะต้องผ่านต้องเห็นและต้องข้ามแม่น้ำสายนี้ บริเวณสะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย แม่น้ำปายมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาถนนธงชัยทางทิศเหนือติดพรมแดนพม่า จากนั้นจะไหลผ่านอำเภอปาย ผ่านอำเภอปางมะผ้า และเข้าสู่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ก่อนที่จะไหลลงไปสู่แม่น้ำสาละวินกลับคืนสู่พรมแดนประเทศพม่าอีกครั้ง รวมความยาว 180 กิโลเมตร แม่น้ำสายนี้ยังทำให้เกิดเป็นกิจกรรมล่องแพและล่องแก่งแม่น้ำปายอีกด้วย

 

บ้านกลับหัว ที่พักสุดแนว

     อำเภอปาย ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอำเภอที่มีความหนาแน่นของที่พักมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แน่นอนว่าปริมาณที่พักนี่มีเพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากมายมหาศาลในแต่ละปี ที่พักแต่ละแห่งจึงต้องมีการแข่งขันกันทั้งในด้านการบริการ สิ่งอำนวยความสะดวก และไอเดียที่ดึงดูดสะดุดตา อย่างเช่นบ้านกลับหัวตามภาพนี้ ที่งงจริงๆ ว่าสถาปนิกออกแบบมาผิดพลาดประการใด แล้วเข้าไปอาศัยอยู่ได้จริงหรือไม่ คงต้องหาโอกาสไปพักกัน เพราะที่ปายยังมีอะไรที่น่าสนใจและชวนสะดุดอีกเยอะ หลายต่อหลายคนที่มาสะดุดรัก ณ เมืองปายแห่งนี้

Visitors: 111,490