บ้านแม่แมะ ณ จุดแรกเริ่ม

 

     สำหรับแหล่งท่องเที่ยวที่มีรูปแบบแนบชิดติดธรรมชาติ เพื่อการพักผ่อนกายาแบบสุดชิลล์ “บ้านแม่แมะ” แห่งอำเภอเชียงดาว ถือเป็นหนึ่งในสถานที่แห่งนั้น และต้องบอกว่าสถานที่แห่งนี้สดใหม่เอามากๆ ผมเปรียบเทียบบ้านแม่แมะในปี 2017 นี้ให้เป็นบ้านแม่กำปองในยุคต้นเลย ด้วยเหตุผล 3 ประการหลักๆ คือ เส้นทางเข้าหมู่บ้านที่ยังไม่มีรถราสวนกันไปมาจนหนาแน่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังไม่ล้นหลามวุ่นวาย และธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์ไม่ถูกทำลาย

     บ้านแม่แมะ อันที่จริงไม่ได้เพิ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่กิ๊กแต่อย่างใด เพียงแต่เพิ่งเริ่มเปิดตัวเป็นที่รู้จักอย่างเป็นทางการสู่นักท่องเที่ยวชาวไทยเมื่อไม่นานมานี้เอง โดยเริ่มแรกบ้านแม่แมะได้รับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากการนำพามาของไกด์เดินป่า ในรูปแบบการท่องเที่ยวที่เรียกว่า Trekking ซึ่งเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ ผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว รูปแบบนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เพียงแต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวชาวไทยนัก โดยภาพรวมจะเป็นการขี่ช้าง ล่องแพไม้ไผ่ และเดินป่า จากนั้นก็จะเข้าพักร่วมกับชาวบ้านท้องถิ่น ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึก    

     กระทั่งบ้านแม่แมะได้สร้างที่พักเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับการเดินทางมาของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมมาชาร์จพลังใจกันในสถานที่ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์นี้

 

 

    บ้านแม่แมะเมื่อมาถึงแล้วเที่ยวไม่ยาก (ขอให้เดินทางมาให้ถึงก็พอ) บ้านแม่แมะตั้งอยู่ในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณวัดแม่แมะทรายคำ ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้าน และเนื่องจากถนนภายในหมู่บ้านแม่แมะแคบมาก ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นลานจอดรถประจำหมู่บ้านไปในบัดดล สำหรับที่พักและแหล่งท่องเที่ยวบ้านแม่แมะนั้นจะถือเป็นที่เดียวกัน หมายถึงนักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปถ่ายรูป หรือชื่นชมกับธรรมชาติบริเวณที่พักนั้นๆได้ทั้งหมด แม้จะไม่ได้เป็นลูกค้าของที่พักแห่งนั้นก็ตาม (เว้นแต่ภายในห้องพักและพื้นที่ส่วนบุคคล ซึ่งก็คงรู้ๆกันอยู่) โดยในปัจจุบันบ้านแม่แมะประกอบไปด้วยที่พัก 4-5 แห่ง (แต่เมื่ออ่านจบเพจนี้แล้ว ที่พักอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่งแล้ว ..ก็เป็นได้)

     ในเมื่อที่เที่ยวและที่พักถือเป็นที่เดียวกัน ฉะนั้นการนำเสนอเนื้อหาบ้านแม่แมะนี้ จึงไม่มีความซับซ้อนทำให้เข้าใจยากแต่อย่างใด ซึ่งที่พักแต่ละแห่งจะตั้งอยู่ติดๆกัน สามารถเดินเที่ยวชมได้อย่างสะดวกบนเส้นทางเดินทางเดียว เริ่มกันเลยกับสถานที่แห่งแรก

 

1. บ้านต้นไม้

     

     ถือเป็นเซ็นเตอร์ของที่พักทั้งหมดภายในบ้านแม่แมะ โดยนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลที่พักและแหล่งท่องเที่ยวได้จากที่นี่ เจ้าของใจดี ดูแลโดย “ลุงสุข – ป้าผง” บ้านต้นไม้มีลักษณะเป็นบ้านไม้หลังใหญ่ 2 ชั้น ชั้นล่างจะเป็นลานที่นั่งพักผ่อนสุดชิลล์ เป็นสถานที่รับประทานอาหารและเครื่องดื่ม มีแปลญวณไว้นอนอ่านหนังสือผ่อนคลายสบายใจ มีเตาผิงให้ความอบอุ่นไว้สำหรับช่วงเวลาที่หนาวเหน็บในยามค่ำคืน ส่วนของห้องพักจะอยู่ชั้น 2 มีห้องนอนแบบแยกส่วนตัวและห้องรวมแบบมากันหลายๆคน ห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม มี 3 ห้อง พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ราคาคนละ 750 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ คือมื้อเย็นกับมื้อเช้า

     อาหารเย็นจะเริ่มเสริฟเวลา 18.00 น. ประกอบด้วยกับข้าว 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ ไข่เจียว น้ำพริกอ่องพร้อมผัก และต้มยำไก่ สำหรับอาหารเช้าจะมีข้าวต้ม ไข่ต้ม ขนมปัง กาแฟ ชา โอวัลติน คอนเฟค นม ทางบ้านต้นไม้ยังเปิดเป็นร้านกาแฟ รวมถึงมีบริการอาหารตามสั่งด้วย

     นอกจากจะได้พักผ่อนท่ามกลางผืนป่าสีเขียวอันแสนบริสุทธิ์แล้ว บ้านต้นไม้ยังมีบริการนวดแผนไทยและสปาไว้ผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าชั่วโมงละ 200 บาท หรือนักท่องเที่ยวสนใจใคร่รู้วิถีชาวบ้านที่มีชีวิตอยู่กับผืนป่ามาชั่วนาตาปี ที่นี่ก็มีบริการนำเที่ยวเดินป่าอีกด้วย

 

บ้านไอยเรศ 1

 

     ในส่วนของบ้านต้นไม้ยังไม่หมดเท่านี้ ยังมีที่พักแยกโซนออกมา ชื่อว่า “บ้านไอยเรศ 1” ลักษณะเป็นบ้านไม้ห้องแฝด มีระเบียงไม้ส่วนตัวชมวิวผืนป่าอันเขียวขจีได้ทั้งวัน

     บ้านต้นไม้ โทร 081 958 5601

 

2. บ้านระเบียงน้ำ

 

     บ้านระเบียงน้ำ เป็นที่พักที่ตั้งอยู่แนบชิดติดลำธาร เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมลงเล่นน้ำ ส่วนใครที่ไม่อยากเปียกแต่อยากถ่ายรูป ก็สามารถเดินเที่ยวชมได้ตลอดแนวลำธาร แม้จะไม่ได้ใช้บริการห้องพักของที่นี่ก็ตาม ลำธารที่นี่น้ำใสไหลเย็นมาก มีสะพานไม้ข้ามลำธารไปอีกฟากฝั่งเพื่อเดินเล่น หรือถ่ายรูปได้อย่างสุดชิค หากมาในช่วงวันธรรมดาอาจได้สัมผัสกับสถานที่แห่งนี้แบบส่วนตัวไม่มีใครกวนใจเลยก็ได้

     บ้านระเบียงน้ำ โทร  064 959 6539

 

3. เฌอชีวา

     

     เฌอชีวา ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างบ้านต้นไม้กับบ้านระเบียงน้ำ เป็นที่พักที่มีชื่อน่าสนใจจนใครๆก็ต้องเอ่ยปากถาม ..คำว่า “เฌอ” หมายถึง ต้นไม้ , “ชีวา” ก็คือ มีชีวิตเบิกบาน เฌอชีวาจึงหมายความถึง ต้นไม้ที่มีชีวิตอยู่อย่างเบิกบาน

     ที่พักมีลักษณะเป็นบ้านไม้สามชั้นหลังใหญ่อยู่ชิดติดลำธาร มีห้องพักทั้งหมด 3 ห้อง ห้องราคา 1,500 บาท พักได้ ห้องละ 3 คน จำนวน 2 ห้อง กับห้องราคา 2,000 บาท พักได้ 4 คน จำนวน 1 ห้อง ทุกห้องมีห้องน้ำพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น ราคารวมอาหารเช้าแล้ว เสริมเพิ่มคนละ 400 บาท ย้ำว่าสำหรับที่นี่จะคิดเป็นราคาต่อห้อง ไม่ใช่ราคาต่อคน หากต้องการอาหารมื้อเย็นจะคิดเพิ่มคนละ 150 บาท จัดเป็นเซ็ตอาหารท้องถิ่น 3 อย่าง

     เฌอชีวาโทร 086 568 2908

 

4. ไอยเรศชมจันทร์

 

     ตั้งอยู่ใกล้ๆกับบ้านต้นไม้ เจ้าของทั้งสองที่เป็นพี่น้องกัน บ้านไอยเรศชมจันทร์เป็นบ้านกระท่อมหลังเล็กๆ แบ่งออกเป็น 2 หลัง แต่ละหลังก็แบ่งซอยเป็นห้องพัก และมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งเล่น และมีระเบียงชมวิวธรรมชาติอันงดงาม

     บ้านไอยเรศชมจันทร์ โทร  085 708 2648

 

5. ร้านกาแฟปันเกย

 

     เดินลงจากบ้านต้นไม้ลงไป ร้านกาแฟปันเกยจะตั้งอยู่ก่อนถึงบ้านระเบียงน้ำและเฌอชีวา มองเห็นสังเกตง่าย เพราะบ้านแม่แมะมีร้านกาแฟที่เปิดเป็น Stand Alone อยู่ร้านเดียว ลักษณะเป็นร้านกาแฟเพิงไม้เล็กๆแต่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ราคาตั้งแต่ 40-60 บาท เจ้าของเป็นพี่ผู้หญิงตัวเล็กๆหน้าตาน่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาอยู่เสมอ ซึ่งก็เฉกเช่นกับทุกคนในบ้านแม่แมะที่ดูเป็นมิตรและอัธยาศัยดีกันทั้งนั้น

     

     ภาพรวมของบ้านแม่แมะ มีเสน่ห์ที่ความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีป่าไม้หนาแน่นที่เสริมสร้างมวลอากาศให้บริสุทธิ์ มีผู้คนที่จิตใจดีโอบอ้อมอารี และถึงแม้จะมีการสร้างที่พักเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่ก็ยังเป็นรูปแบบที่เข้ากันกับธรรมชาติ ไม่ทำลายหรือบั่นทอนให้สิ่งแวดล้อมต้องเสียสมดุลไป และเสน่ห์อันเป็นที่สุดคือความสงบร่มรื่น โดยเฉพาะพื้นที่ริมลำน้ำแม่ซ้าย ซึ่งเป็นลำธารสายหลักที่ไหลผ่านหมู่บ้าน และหล่อเลี้ยงทุกสรรพสิ่ง ทั้งพืชคนสัตว์มาอย่างยาวนาน  

     ด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาตินี้ทำให้สามารถสัมผัสไอเย็นได้ตลอดปี ไม่แปลกใจที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อนที่นี่กันอย่างยาวนานในรูปแบบ Long Stay แค่ได้นั่งๆนอนๆ ชมวิวทิวทัศน์ ไม่มีเสียงอะไรมารบกวน นอกจากเสียงของธรรมชาติ เพียงเท่านี้ก็รู้สึกสงบผ่อนคลายอยู่แบบนี้ได้ทั้งวัน ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สร้างความประทับใจได้ในทันทีที่ไปเยือน

     แต่นี่เป็นบ้านแม่แมะ ณ วันแรกเริ่มเท่านั้น ที่แห่งนี้จะทนทานไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบันได้ดีแค่ไหน ..ไม่มีทางรู้เลย 


Visitors: 213,517