6 ไร่ชายอดนิยมของเมืองไทย

 

     แม้ "ชา" จะไม่ใช่พืชที่อุดมไปด้วยความสวยงามของดอกไม้ที่มีสีสันฉูดฉาด แต่ถูกทดแทนด้วยความงดงามทางเทคนิคด้านเพาะปลูก ที่เรียงรายแลดูเป็นระเบียบทิวแถว และเป็นขั้นบันไดตามความลาดเอียงของสภาพพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมปลูกบนเขาสูง ด้วยเหตุผลทางผลผลิตที่มีคุณภาพ นั้นก็เพราะชาเป็นพืชที่เติบโตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี จึงไม่พ้นพื้นที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ซึ่งอุดมไปด้วยพื้นที่เช่นนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

 

     ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวทำให้ "ไร่ชา" หลายแห่งในภาคเหนือได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่ก้าวเข้ามาถ่ายรูปในดงชาสีเขียว ที่มีเพียงสีเขียวของใบชาก็เพียงพอต่อความต้องการบันทึกภาพ แม้จะไร้ซึ่งสีสันอย่างที่บอก แต่ก็ฟินน์อย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน ผมจึงได้รวบรวมไร่ชายอดนิยมทั้ง 6 แห่ง มาสรุปทำเป็นคอลัมน์นี้ที่ชื่อว่า "6 ไร่ชา ยอดนิยมของเมืองไทย" เชิญติดตามรับชม       

 

1. ไร่ 101

 

     เป็นไร่ชาที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมมานานหลายปี และยังรับหน้าที่เป็นฉากให้กับภาพยนตร์โฆษณาและละครหลายเรื่อง ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนดอยแม่สลองซึ่งเป็นสภาพพื้นที่ลาดเอียง การปลูกชาจึงเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นไปตามเนินเขา ก่อเกิดภาพไร่ชาขั้นบันไดที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะภาพยามเช้าของชาวอาข่าที่กำลังทำหน้าที่เก็บยอดใบชาท่ามกลางสายหมอกอ่อนๆที่ปกคลุมทั่วดอยแม่สลองที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี

 

 

     ชาที่มีคุณภาพที่สุดของไร่ 101 คงหนีไม่พ้นชาอูหลงเบอร์ 12 กับชาอูหลงก้านอ่อน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศเป็นชายอดเยี่ยม ถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อปี 2544 รวมถึงรางวัลชนะเลิศประกวดชาโลกในปี 2547 อีกด้วย 

 

2. ไร่วังพุดตาล

 

     เป็น 1 ในไร่ชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนดอยแม่สลอง ไร่ชาแห่งนี้มีเอกลักษณ์เด่นเป็นสิงโตเงิน สิงโตทองขนาดมหึมาตั้งอยู่ทางด้านหน้าประตูทางเข้าไร่ชา นอกจากนั้นยังมีกาน้ำชาขนาดใหญ่ตั้งเรียงกัน 4 ใบ 4 ทิศ ผู้พบเห็นต่างยกย่องให้เป็นกาน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่พิเศษคือกาน้ำชาใบยักษ์นี้ “ลอยได้” โดยความโดดเด่นที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในพื้นที่ไร่ชาวังพุดตานแห่งนี้ ทำให้เกิดเป็น Landmark ของดอยแม่สลอง ที่หากใครได้เห็นภาพกาน้ำชาขนาดยักษ์นี้จะนึกถึงดอยแม่สลองได้ในทันที

 

 

     ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี ในการเพาะปลูกและผลิตชา ซึ่งบนดอยแม่สลองแห่งนี้มีภูมิอากาศและภูมิประเทศที่เหมาะแก่การปลูกชาอูหลง พื้นที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกทำให้มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ตลอดปี ชาของวังพุดตาลได้คัดสรรยอดชาที่มีคุณภาพและผ่านกระบวนการผลิตอย่างพิธีพิถัน จึงทำให้ชาวังพุดตาลมีรสชาติที่กลมกล่อม ชุ่มคอ พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นอย่างละเมียดละไม ได้ทั้งรสชาติเยี่ยมและคุณประโยชน์ต่อร่างกาย 

 

3. ไร่ฉุยฟง

 

     ไร่ชายอดนิยมแห่งใหม่ล่าสุดที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอแม่จัน เชิงดอยแม่สลอง บนเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของบริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงราย โดยมีประสบการณ์ในการเพาะปลูกชามากว่า 40 ปี ปัจจุบันเป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ส่งออก มีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผลิตภัณฑ์ชื่อดังอย่าง โออิชิ มาลี ยูนีฟ และลิปตัน ไร่ชาแห่งนี้จะปลูกโค้งวน ตามสันเขาและลดหลั่นเป็นขั้นบันไดแต่มีความลาดชันน้อยกว่าไร่ชาที่ตั้งอยู่บนดอยแม่สลอง ทำให้เห็นภาพไร่ช่าที่กว้างใหญ่เป็นมุมกว้างสวยงามทีเดียว

 

 

     ปัจจุบันไร่ชาแห่งนี้ถือเป็นไร่ชาที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างล้นหลาม ซึ่งนอกจากจะได้ถ่ายรูปกับไร่ชาแล้ว ทางไร่ยังจัดทำเป็นโซนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชา ทั้ง เครปเค้กชาเขียว น้ำชาเขียว รวมถึงสปาเก็ตตี้ปักใบชา ก็ดูดีมีเอกลักษณ์เฉพาะไปอีกแบบ 

 

4. ไร่บุญรอด

 

     ไร่ชื่อดังขายเครื่องดื่มแห่งนี้ มีพื้นที่ทางการเพาะปลูกชาที่กว้างใหญ่กว่า 600 ไร่ เป็นไร่ชาที่ตั้งอยู่บนพื้นราบบริเวณเชิงดอยช้าง ไร่ชาแห่งนี้มีเสน่ห์ที่แตกต่างจากไร่ชาแห่งอื่น คือมีทะเลสาบอันกว้างใหญ่เป็นฉากหลังของไร่ชา ได้รับให้เป็นฉากในละครช่อง 3 ที่มีพระเอกชื่อว่า "เคน ธีรเดช" ขี่ม้าท่ามกลางไร่แห่งนี้ ที่ทราบและเจาะจงได้อย่างมั่นใจ เพราะได้เห็นภาพเหตุการณ์จริงในการถ่ายทำวันนั้นพอดี สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดกร๊าดจนหูแทบแตก ทำให้ไร่ชาดูโดดเด่นขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว  

 

 

     ผลผลิตที่มีชื่อเสียงที่สุดของไร่บุญรอด คือ ชาอู่หลง เบอร์ 12 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับภูมิประเทศและภูมิอากาศในจังหวัดเชียงราย จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นไร่ชาและโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งออกไปยังจีนและไต้หวันอีกด้วย นักท่องเที่ยวทุกคนที่ไปเที่ยวไร่แห่งนี้ จะต้องถ่ายรุปกับสิงห์สีทองขนาดยักษ์ โลโก้และแลนด์มาร์คของไร่บุญรอดนั้นเอง 

 

5. ไร่ลีไวน์

 

     ไร่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านรักไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนของชาวจีนยูนนานที่อพยพมาจากดอยแม่สลอง เดิมทีเป็นเพียงไร่ชาเศรษฐกิจทั่วไปตามวิถีชาวบ้าน แต่หลังจากไอเดียสุดบรรเจิดของคนตระกูลลี ที่ได้สร้างบ้านพักรูปแบบบ้านดินขึ้นมาท่ามกลางไร่ชาที่มีอยู่เดิม เกิดเป็นภาพลักษณ์ที่น่ามองดูดีมีเสน่ห์จนโด่งดังระบือลั่นขึ้นมาในทันที จนวันนี้ "ลีไวน์รักไทย" กลายเป็นรีสอร์ทที่มียอดการจองสูงสุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน 

 

 

     เสน่ห์ของรีสอร์ทแห่งนี้ก็อยู่ที่ไร่ชานี่แหละ การถ่ายรูปที่นี่จึงได้รูปที่พักท่ามกลางไร่ชาที่เรียงรายเป็นขั้นบันไดเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร และถึงแม้จะมีไร่ชาเป็นองค์ประกอบร่วมกับบ้านดิน แต่ในทุกๆเช้าก็ยังมีคนงานมาเดินเก็บยอดใบชา เพื่อนำไปผ่านกรรมวิถีเกิดเป็นชาที่วางขายอยู่ในร้านค้าอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง 

 

6. ไร่สองพัน

 

     ไร่ชาแห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านนอแล บนดอยอ่างขาง เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าปะหล่อง ชนเผ่าจากพม่าที่มีเพียงชุมชนเดียวในประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ดูแลโดยโครงการหลวง ชาที่ไร่แห่งนี้จึงเป็นผลผลิตที่นำไปจัดจำหน่ายในแบรนด์ดอยคำนั้นเอง ด้วยความสูงและสุดหนาวของดอยอ่างขางที่ใครๆก็รู้กันดี ทำให้ไร่ชาสองพันเป็นไร่ชาที่มีบรรยากาศดีสุดๆ มีหมอกไหลผ่านในบางวันสร้างความฟินน์ให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือน

 

 

     หากไม่ได้กล่าวถึงที่มาของชื่อ "ไร่สองพัน" ก็คงจะพลาดน่าดู ..โดยไร่แห่งนี้ถือเป็นต้นกำหนดโครงการหลวงแห่งแรกของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2512 ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้ทรงเฮริคอปเตอร์พระที่นั่ง เล็งเห็นว่าดอยอ่างขางเต็มไปด้วยไร่ฝิ่น+ไร่เลื่อนลอย จึงทรงซื้อพื้นที่แห่งนี้ด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ด้วยเงิน 2,000 บาท ก่อนที่จะขยายพื้นที่จนก่อตั้งเป็นโครงการหลวงต่อไป 

Visitors: 110,483