เที่ยวแพร่ ฉบับสมบูรณ์

 

หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอช่อแฮศรีเมือง ลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม

 

     จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ถือเป็น 1 ใน 8 เมืองของอาณาจักรล้านนาที่อยู่ในเขตประเทศไทยปัจจุบัน เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดกลาง ปัจจุบันที่ตั้งของจังหวัดแพร่นับเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือซึ่งสามารถติดต่อไปยังจังหวัดน่าน พะเยา เชียงราย ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ จึงเรียกได้ว่าจังหวัดแพร่เป็น “ประตูสู่ล้านนา”

 

     จังหวัดแพร่ เป็นจังหวัดที่มีภูเขาล้อมรอบทั้งสี่ทิศ มีภูเขาที่สูงที่สุดอยู่ที่ “ดอยขุนสถาน” มีความสูง 1,630 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง สำหรับตัวเมืองแพร่ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 160 เมตร มีแม่น้ำยมเป็นลำน้ำที่สำคัญที่สุดของจังหวัดแพร่ โดยมีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาผีปันน้ำ ในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยา

 

     ปัจจุบันเมืองแพร่อาจจะไม่ได้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่โด่งดังมากนัก หากเปรียบเทียบกับเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ แต่ด้วยเป็นเมืองที่มีธรรมชาติขุนเขาป่าไม้เขียวขจี เมื่อรวมกับศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่คนเมืองแพร่ยึดถือปฏิบัติจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ จึงถือเป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเมืองแห่งลุ่มน้ำยมแห่งนี้มักยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

 

 

     เสาหลักเมืองแพร่ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในศาลหลักเมืองที่เห็นในปัจจุบันวันนี้นั้น เป็นหลักใหม่ที่สร้างขึ้นตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย เมื่อปี พ.ศ. 2535 ตั้งอยู่คู่กับหลักศิลาจารึกเก่าที่กล่าวถึงการสร้างวัดศรีบุญเริง ตั้งแต่ในรัชสมัยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชซึ่งในปัจจุบันวัดนี้ไม่มีแล้วกลายเป็นที่ตั้งเรือนจำจังหวัด อักษรบนจารึกเป็นภาษาไทยอาหม

 

     ศาลหลักเมืองแพร่ เป็นสถานที่เคารพศักดิ์สิทธิ์ของคนจังหวัดแพร่ และคนต่างจังหวัดที่มาอาศัย หรือทำงานที่จังหวัดแพร่ แต่เดิมชาวบ้านเรียกว่า “สะดือเมือง” ตั้งอยู่ถนนคุ้มเดิม เยื้องจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นศาลหลักเมืองที่มีความสวยงาม สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนาลงรักปิดทอง ประกอบด้วยเสาไม้สักขนาดใหญ่ฝังในผนังปูนอย่างกลมกลืนทั้งสี่มุม

 

 

     ประตูมาร บ้างเขียน ประตูมาน คำว่า “มาร” ตัว ร สะกด คงหมายถึง มาร คือสิ่งล้างผลาญคุณความดี เป็น 1 ใน 4 ประตู ที่ตั้งอยู่ประจำ 4 ทิศของกำแพงเมืองแพร่โบราณ มีเทพประจำทิศชื่อว่า ท้าววิรุฬหก เป็นผู้ปกครองทางทิศใต้ แม้ปัจจุบันจะจัดทำเป็นสวนสาธารณะ แต่ก็หาได้มีผู้คนไปใช้บริการไม่ เนื่องจากชื่อที่ฟังดูน่ากลัว อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับสุสานอีกต่างหาก ..อย่างหลอนอะ 

 

 

     อนุสาวรีย์พระยาไชยบูรณ์ ตั้งอยู่ริมถนนเส้นหลักของเมืองแพร่ “พระยาไชยบูรณ์” เดิมชื่อ ทองอยู่ สุวรรณบาตร เป็นบุตรของพระยาศรีเทศบาล และคุณหญิงกมลจิตร เกิดที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 เมื่อพระยาไชยบูรณ์มีอายุ 21 ปี ได้เข้ารับราชการครั้งแรกเป็นเสมียนอยู่ที่อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ พออายุ 43 ปีได้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร อยู่ได้ 2 ปี ย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก จนกระทั่งมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ในปี พ.ศ. 2440

 

     ในขณะนั้นมีเจ้าเมืองปกครองเมืองแพร่คือ “เจ้าพิริยเทพวงศ์” จึงถือเป็นการทำการปกครองร่วมกันระหว่างข้าหลวงกับเจ้าเมือง ในปี พ.ศ.2445 พระยาไชยบูรณ์ได้ต่อสู้กับพวกโจรเงี้ยวที่บุกเข้าปล้นเมืองแพร่ในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2445 พวกโจรเงี้ยวบุกเข้าปล้นสถานีตำรวจภูธรแย่งชิงเอาอาวุธไปแล้วเข้าปล้นที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข ต่อจากนั้นตรงไปยังบ้านพักของพระยาไชยบูรณ์ใช้ปืนยิงเข้าไปในบ้าน พระยาไชยบูรณ์หลบหนีออกไปได้ แล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านร่องกาศ ได้ส่งคนไปขอกำลังจากชาวบ้านมาช่วยแต่พวกเงี้ยวมีอาวุธครบมือมากกว่าจึงสู้ไม่ได้ ในที่สุดถูกก็เงี้ยวจับตัวได้และไม่ยอมมอบเมืองแพร่ให้แก่พวกเงี้ยวจึงถูกพวกเงี้ยวฆ่าตายด้วยการกุดหัว

 

 

     สถานีรถไฟบ้านปิน เป็นหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เมืองแพร่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นรอยต่อเรื่องราวคำกล่าว "เมืองแพร่แห่ระเบิด" อันลือลั่นที่ยังคงหลงเหลืออยู่ โดยสถานีรถไฟบ้านปิน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ในปี พ.ศ. 2457 สถานีรถไฟแห่งนี้ถือเป็นประตูแรกสู่เมืองลองบนเส้นทางรางเหล็ก อาคารของสถานีมีความสง่างามด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ที่ใช้ไม้ต้นใหญ่ทำเป็นโครงสร้างเชื่อมต่อด้วยอิฐถือปูนแบบ “เฟรมเฮ้าส์” ตัวอาคารทาด้วยสีเหลืองเข้ม ตัดกับโครงสร้างสีน้ำตาลเข้ม หน้าต่างโค้งมีลายฉลุสวยงาม จนได้รับคำชมว่าเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมดีเด่นประจำเมืองลอง

 

 

     บ้านทุ่งโฮ้ง ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 4 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านที่มีผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นหน้าเป็นตาและเป็นโลโก้ประจำจังหวัดแพร่ นั้นก็คือ“ผ้าม่อฮ่อม” ซึ่งถือกันว่ามีเนื้อดี ทนทานและสวยงาม นักท่องเที่ยวและผู้ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นนิยมเลือกซื้อเลือกหาไว้เป็นของที่ระลึก

     อาชีพหลักของชาวบ้านทุ่งโฮ้งในปัจจุบัน คือการทำผ้าม่อฮ่อมแท้ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของบรรพบุรุษที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน และเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดแพร่ จนได้รับการคัดเลือกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP เชิงหัตถกรรม หรือ OTOP Village Champion Handicrafts Tourismผลิตภัณฑ์โดดเด่นผ้าม่อฮ่อม ในอดีตจะเขียนว่า “หม้อห้อม” เป็นคำพื้นเมือง จากคำสองคำคือ “หม้อ” และ “ห้อม” หม้อเป็นภาชนะอย่างหนึ่งที่ใช้ในการบรรจุน้ำ หรือของเหลวมีทั้งเล็กและใหญ่ ส่วนห้อมนั้นเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ลำต้นและใบมาหมัก ในน้ำตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ จะให้เป็นสีกรมท่าโดยนำผ้าขาวไปย้อมให้เป็นสีกรมท่าที่เรียกว่า “ผ้าหม้อห้อม” 

 

     ข้างล่างนี้จะเป็นข้อมูล ที่พัก - ที่กิน - ที่เที่ยว - วัด และอุทยานแห่งชาติในจังหวัดแพร่ 

Visitors: 108,417