ฐานกรุงเทพ

 

ฐานกรุงเทพ ..สมรภูมิเลือดบนเขาค้อ

     เขาค้อ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นสันเขาแนวยาวและแคบ จากยอดเขาลงไปถึงตีนเขาจะเป็นป่ารกทึบทั้งหมด ณ บนเขาค้อนี่เอง ได้มีเหตุการณ์การสู้รบครั้งสำคัญ ขั้นแตกหัก ดุเดือด และเกิดความสูญเสียอย่างมาก และ “ฐานกรุงเทพ” ก็คือฐานปฏิบัติการของฝ่ายทหารไทยที่ตั้งอยู่บนเขาค้อแห่งนี้ ด้วยเหตุนี้จึงขอเล่าถึงเหตุการณ์การสู้รบที่ฐานกรุงเทพบนเขาค้อ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารหาญที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาป้องกันแผ่นดินไทยกัน

     ในวันที่ 19 ก.ค. พ.ศ. 2522 ฝ่ายทหารได้ขอรับการสนับสนุนโจมตีทางอากาศต่อที่หมายยอดเขาค้ออีกครั้งหนึ่ง เมื่อเสร็จสิ้นการโจมตีทางอากาศแล้ว กองกำลังทางพื้นดินได้เคลื่อนที่เข้ายึดยอดเขาค้อได้สำเร็จเมื่อเวลา 13.30 น.

     เมื่อฝ่ายทหารยึดยอดเขาค้อได้แล้ว ก็ใช้เครื่องจักรและรถแทรกเตอร์สร้างฐานที่มั่นขึ้นเพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการต่อไป โดยใช้ชื่อว่า “ฐานกรุงเทพ” อันเป็นการตั้งชื่อตามนามเรียกขานทางวิทยุของร้อย ร. 1741 ที่ได้เข้ายึดยอดเขาค้อได้สำเร็จเป็นหน่วยแรกนั่นเอง

     เมื่อฝ่ายทหารยึดยอดเขาค้อได้แล้ว ฝ่าย ผกค.ก็ได้เพิ่มปฏิบัติการกดดันฝ่ายทหารเพื่อต้องการยึดจุดยุทธศาสตร์สำคัญนี้คืนมาให้ได้ ด้วยการซุ่มโจมตีตามเส้นทางสู่ยอดเขา และการลอบยิงกำลังพลบนฐานปฏิบัติการตลอดเวลา พร้อมทั้งวางกับระเบิดตลอดเส้นทางเพื่อตัดขาดการติดต่อและไม่ให้ส่งกำลังบำรุงได้

 

 

     การวางกับระเบิดที่รุนแรงที่สุด คือ การวางระเบิดขบวนส่งกำลังซึ่งบรรทุกสัตว์ของกรมการสัตว์ทหารบก ทำให้สัตว์และคนจูงแหลกละเอียดเป็นจุลไม่พบซากเลยทั้งสัตว์และคน การส่งกำลังบำรุงก็ไม่สามารถส่งในเวลากลางวันได้ นอกจากนั้น กำลังพลบนเขาค้อเมื่อได้รับบาดเจ็บสาหัสก็มักเสียชีวิต เพราะไม่สามารถส่งกลับมารักษาได้ทันเวลา เมื่อถูก ผกค. ขัดขวางหนักขึ้น กำลังพลบนฐานก็เริ่มเครียดและขวัญกำลังใจเริ่มตกต่ำลง ผกค.ได้ใช้ช่วงเวลานี้ปฏิบัติการทางจิตวิทยาต่อฝ่ายทหาร ผ่านทางเครื่องกระจายเสียงบนยอดเขาค้อ “ให้กำลังพลวางอาวุธและกลับไปอยู่กับครอบครัวเสีย”

     กองบัญชาการของฝ่ายทหารได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ จึงวางแผนแก้ปัญหาโดยให้กำลังพลขุดคูรบ จากยอดเขาค้อลงมาตีนเขาระยะทางประมาณ 2 กม. เศษ เพื่อใช้เป็นเส้นทางส่งกำลังบำรุงและสับเปลี่ยนกำลังพล .. แต่บางช่วงเมื่อขุดคูรบไปเจอแนวหิน ก็ต้องเว้นช่วง และขุดต่อไปได้เมื่อพ้นแนวก้อนหินไปแล้ว การเคลื่อนที่ในช่วงแนวก้อนหินนี้จึงต้องวิ่งข้ามก้อนหินใหญ่จากคูรบหนึ่งไปยังอีกคูรบหนึ่ง บางพื้นที่ไม่มีภูมิประเทศที่จะใช้กำบัง การเคลื่อนที่ก็ต้องใช้เสื่อรำแพนทำเป็นฉากปิดกั้นกำบังแทน เพื่อการส่งกำลังให้การขุดคูรบทำได้สะดวกขึ้น

     การปรับยุทธวิธีโดยใช้คูรบในครั้งนี้ ทำให้ขวัญและกำลังใจของกำลังพลดีขึ้น แต่เดิมไม่เคยยิ้มแย้มแจ่มใส เปลี่ยนเป็นมีเสียงหัวร่อต่อกระซิกและมีพลังที่จะต่อสู้ต่อไป การสูญเสียในช่วงที่ขุดคูรบน้อยลง กำลังพลบนยอดเขาค้อได้มีโอกาสสับเปลี่ยนลงมาอาบน้ำพักผ่อนในฐานที่มั่นด้านล่างบ้าง และได้มีการอัดเทปขึ้นไปกระจายเสียงตอบโต้การกระจายเสียงของ ผกค. บนฐานกรุงเทพด้วย

 

 

     สถานการณ์บนฐานกรุงเทพเมื่อต้นปี พ.ศ. 2523 นั้น กำลังพลจะต้องตื่นตัวพร้อมที่จะรบประชิดตัวได้ตลอดเวลา เพราะข้าศึกพร้อมที่จะเข้าโจมตีได้ทุกเมื่อ  เรียกได้ว่าไม่มีเวลาหยุดพักผ่อนกันเลย เวลาจะพักนอนหลับก็ต้องกอดปืนเอาไว้ทุกคน  บนฐานก็ไม่มีต้นไม้จะเป็นที่กำบังได้ ทำให้เมื่อกำลังพลที่เป็นเวรยามโผล่ศีรษะขึ้นไปตรวจการณ์ก็จะถูกยิงจาก ผกค. อยู่ตลอดเวลา ทำให้สูญเสียกำลังพลจากการตรวจการณ์ไปหลายคน กองบัญชาการฝ่ายทหารได้แก้ปัญหาโดยริเริ่มเอากล้องเปอริสโคป (กล้องตาเรือดำน้ำ) มาใช้ จึงทำให้การตรวจการณ์สามารถทำได้ผลเป็นอย่างดี  ซึ่งทราบจาก ผกค. ที่มามอบตัวภายหลังว่า ฝ่าย ผกค. ได้วางแผนที่จะยึดฐานกรุงเทพคืนด้วยการขุดคูรบขึ้นมา แต่เมื่อฝ่ายทหารได้นำกล้องเปอริสโคปมาใช้ ทำให้สามารถสังเกตการณ์เห็นและระดมยิงขัดขวางการขุดคูรบของฝ่าย ผกค. ได้ แผนการขุดคูรบเพื่อจะยึดฐานกรุงเทพ จึงทำไม่สำเร็จ

     ปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2523 มี ผกค. คนสำคัญระดับนักรบชื่อ “สหายรุ่ง” ได้หลบหนีมามอบตัวกับทางฝ่ายทหาร และได้เปิดเผยว่า ผกค. นอกจากจะกำลังขุดคูรบเข้ามาประชิดฐานกรุงเทพ ยังมีกองกำลังส่วนหนึ่งทำการขุดอุโมงค์จากรอยต่อระหว่างยอดเขาค้อกับยอดเขาปางก่อ เพื่อที่จะมุดเข้ามาใต้ฐานกรุงเทพ และจะต้องยึดฐานกลับคืนไปให้ได้  กองบัญชาการฝ่ายทหารจึงได้แจ้งข่าวนี้ให้กำลังพลบนฐานกรุงเทพได้ทราบและให้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังยิ่งขึ้นไปอีก

     นอกจากนี้ยังสืบทราบว่า ฝ่าย ผกค.มีแผนที่จะระเบิดคูรบของฐานกรุงเทพ เพื่อเปิดเป็นช่องทางให้กำลัง ผกค.ส่วนรุกปฏิบัติการจู่โจมเข้ายึดฐานให้ได้ แต่เนื่องจากสหายรุ่งเข้ามอบตัวเสียก่อน ทาง ผกค.จึงกลัวว่าแผนดังกล่าวจะถูกเปิดเผย จึงได้ชิงปฏิบัติการโดยเข้าระเบิดโจมตีก่อน แต่มีผลทำให้ระเบิดเพียงขอบฐานภายนอกเท่านั้น ไม่สามารถเปิดช่องแนวรบตามที่ฝ่าย ผกค. วางแผนไว้ได้ การใช้กำลังที่จะเข้าจู่โจมฐานกรุงเทพจึงไม่สำเร็จ และไม่สามารถยึดฐานกรุงเทพคืนได้

 

 

     นี่เป็นบันทึกเหตุการณ์สู้รบสำคัญเพียงช่วงหนึ่งของการสู้รบในพื้นที่เขาค้อ ระหว่างฝ่ายทหารไทยและผู้ที่มีความคิดทางการเมืองขัดแย้งกัน คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่มีกองกำลังทำการสู้รบในพื้นที่ต่างๆ เรียกว่า ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.)

     สมรภูมิเขาค้อ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2510-2525  โดยเริ่มต้นจาก ผกค.ได้เข้ามายึดพื้นที่ในเขตเขาค้อเป็นฐานที่มั่น เนื่องจากเขาค้อมีสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่ารกทึบสูงชัน ยากต่อการตรวจการณ์ทางอากาศและทางพื้นดิน นอกจากนั้น  ตามเทือกเขาต่าง ๆ ยังมีถ้ำอยู่มากมาย เหมาะสำหรับเป็นที่หลบซ่อนและสะสมอาวุธและเสบียงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มเชิงเขาค้อ เขาปู่ เขาย่า และมีลำน้ำเข็กเป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกเพื่อใช้เป็นเสบียงอาหาร  พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) เล็งเห็นว่าเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเข้ามายึดเป็นฐานที่มั่น ทำการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์และทำสงครามกองโจรเพื่อปฏิวัติยึดอำนาจรัฐบาลต่อไป  หลังจากแทรกซึมยึดพื้นที่ได้แล้ว กองกำลังติดอาวุธของฝ่าย ผกค.ก็เริ่มเปิดฉากปฏิบัติการรุกคืบนำกำลังโจมตีฝ่ายทหารและเจ้าหน้าที่ของรัฐ จนเกิดการสู้รบกับกำลังทหารในพื้นที่เขาค้อหลายครั้งหลายครา รัฐบาลไทยได้พยายามใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามเพื่อยึดพื้นที่คืนมา ได้เปิดยุทธการสำคัญเพื่อปราบปรามถึง 7 ครั้ง ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก มีผู้คนล้มตายกันร่วมหมื่นคน และต้องเวลากว่า 14 ปี จึงสามารถยึดพื้นที่เขาค้อคืนมาได้ทั้งหมด

 

 

     จากนั้น เหตุการณ์ความไม่สงบจาก พคท. จึงได้ยุติลงโดยนโยบายการเมืองนำการทหาร (นโยบาย 66/23) เพื่อเปิดโอกาศให้สมาชิก พคท. กลับเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย โดยไม่ใช้ความรุนแรงมาแก้ไขความขัดแย้งความคิดทางการเมือง จึงนับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างบทเรียนที่สำคัญจากอดีตกาล

     ขอสดุดีทหารและเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและเสียสละ และขอไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตทุกคน..

Visitors: 213,517