พิชิตภูผาหมอก

 

     ภูผาหมอก เป็นยอดเขาหินปูนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านในนิทาน ผมกำลังพูดถึง “บ้านจ่าโบ่” หมู่บ้านมูเซอแห่งอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายหลังร้านก๋วยเตี๋ยววิวสุดสวยช่วยสร้างชื่อให้หมู่บ้านแห่งนี้โด่งดังไปทั่วหล้า นักท่องเที่ยวมากมายต่างตั้งตาเดินทางมาชมให้สมหวังดังคำร่ำลือ

     ผมเองก็เป็นคนนึงที่เดินทางมาบ้านจ่าโบ่แห่งนี้นับครั้งไม่ถ้วน ทั้งมาแค่กินก๋วยเตี๋ยวชามเดียว ทั้งมานอนค้างแรมแจมกับชาวบ้านในรูปแบบโฮมสเตย์ และอีกหลายครั้งที่มาเก็บภาพนิ่งและวีดีโอ ตามแต่แพลนจะบังเกิด จนมาถึงแพลนล่าสุดนี่เอง ที่ผมตั้งใจมุ่งหมายเดินทางมาบ้านจ่าโบ่ เพื่อพิชิตจุดชมวิวที่สูงที่สุดในหมู่บ้าน ..นามนี้มีว่า “ภูผาหมอก”

 

 

     การพิชิตภูผาหมอกจะต้องอาศัยการเดินเท้าขึ้นไปตามเส้นทางเดินป่า ที่ต้องบอกข่าวดีกับบรรดานักท่องเที่ยวทั่วไปที่ไม่ใช่นักเดินป่าทั้งหลายว่า เป็นเส้นทางเดินป่าระยะสั้นมาก ใช้เวลาให้นานเลยยังไงก็ไม่เกินครึ่งชั่วโมง และสามารถขึ้นได้ทุกช่วงเวลา ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นช่วงเช้าเพียงเท่านั้น เนื่องจากบนยอดภูผาหมอกสามารถชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างงดงามต่างช่วงเวลากันไป แต่แน่นอนว่าช่วงเวลาขึ้นยอดนิยมคือ ช่วงเช้าเพื่อไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลหมอก ในขณะที่ผมเองเล็งเห็นว่าเช้าวันนั้นหมอกฟุ้งกระจายเกินไป เกรงว่าขึ้นไปแล้วจะมองไม่เห็นวิวใดๆ จึงเลือกที่จะเดินขึ้นไปในช่วงสาย และก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องทีเดียว

     ผมติดต่อคนนำทางภายในหมู่บ้านจ่าโบ่ ซึ่งถือเป็นกฎเหล็กของที่นี่ ที่จะต้องมีชาวบ้านซึ่งเป็นชาวมูเซอ นำทางเพื่อขึ้นไปบนภูผาหมอก และหากใครผิดกฎของหมู่บ้าน หากถูกจับได้ จะถูกจับปรับเป็น 2 เท่า ซึ่งราคาคนนำทางจะคิด 100 บาท ต่อนักท่องเที่ยว 1 คน ก็ถือว่าแฟร์กับผมดี เนื่องจากผมมาคนเดียวก็เสีย 100 บาท เพราะหากคิดราคาเหมาที่แพงกว่านี้ ผมคงหาคนมาช่วยหารในวันนั้นไม่ได้แน่นอน

 

 

     “นาแฮ” คือแม่บ้านมูเซอที่มานำทางผมเดินขึ้นภูผาหมอก ด้วยที่นาแฮเป็นคนท้องถิ่น เธอจึงเดินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว ในขณะที่ผมทำหน้าที่เดินตามพร้อมเก็บภาพไปตลอดทางด้วยความตื่นเต้น ไม่ได้ตื่นเต้นกับเส้นทางเดินป่าที่คุ้นชิน แต่ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่จะได้เห็นหลังจากนี้ต่างหาก

     ไม่นานนักผมก็ขึ้นมาถึงยอดภูผาหมอก ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีได้มั้ง ..ใช่ครับ มันเป็นเพียงระยะทางสั้นๆ แต่ก็มีบางช่วงที่ให้อารมณ์ผจญภัยพอหนุกหนาน โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่ต้องปีนป่ายไปตามโขดหินปูนที่มีปลายแหลมคม หากไม่ระวังอาจได้แผลถลอกกลับไปเป็นความทรงจำ

 

 

     บนยอดภูผาหมอกมีพื้นที่ไม่มาก ผมขึ้นมาคนเดียวจึงมีพื้นที่เดินถ่ายรูปเล่นได้อย่างอิสระ แต่หากมากันหลายคนคงจะต้องจับจองจุดยืนบนโขดหินแบบของใครของมัน ที่สำคัญที่สุดคือการเคลื่อนย้ายไปมา ต้องเคลื่อนตัวด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

 

 

     ทิวทัศน์บนยอดภูผาหมอกเป็นวิวเปิดแบบ 360 องศา ทางทิศเหนือจะเห็นหมู่บ้านจ่าโบ่ รวมถึงร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาวิวหลักล้านด้วย ทางทิศตะวันออกมองเห็นบ้านแม่ละนา หมู่บ้านของชาวไทใหญ่อยู่เบื้องล่าง ทางทิศใต้เป็นแนวทิวเขาที่ยาวต่อเนื่องมาจากอำเภอปางมะผ้า และทางทิศตะวันตกเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของบ้านจ่าโบ่

 

 

     ผมเก็บภาพวิวบนภูผาหมอกรอบทิศทาง จากนั้นก็เก็บภาพตัวเองต่อ โดยมีนาแฮช่วยถ่ายภาพให้ในบางช็อต ซึ่งต้องบอกตามตรงว่า หลงใหลในภาพความสวยงามของท้องฟ้า โขดหิน และผืนป่า จนไม่อยากจะลงไปจากตรงนี้เลย ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่เฆมบังแดดทั่วท้องฟ้า ทำให้อากาศเย็นสบาย จนอยากจะปล่อยเวลาไว้บนนี้นานๆ ..แต่ก็ติดที่เกรงใจคนนำทางนี่แหละ เอาเป็นว่า ไว้ขึ้นมาใหม่เพื่อเก็บภาพทะเลหมอกละกัน

 

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับภูผาหมอก

   1. ค่าคนนำทาง คนละ 100 บาท

   2. เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า  

   3. ควรสวมใส่รองเท้าเดินป่า หรือรองเท้าผ้าใบ

   4. ต้องมีคนนำทางขึ้นมาด้วยเสมอ ไม่ควรฝ่าฝืนกฎของหมู่บ้าน

   5. ไม่ทิ้งขยะตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะบนยอดภูผาหมอก

 

 

การเดินทางโดย : นักเดินทางอิสระ

สนใจติดต่อสอบถามเพื่อเดินทางไปด้วยกัน ตามแบบฟอร์มด้านล่างนี้

แบบฟอร์มติดต่อกลับ

Visitors: 516,416